โครงการห่วย

ร้องเรียน ไกล่เกลี่ย ระงับข้อพิพาทปัญหา เรื่องที่อยู่อาศัย ซื้อแล้วได้บ้านไม่ตรงแบบ ส่งงานไม่ตรงเวลา หมู่บ้านสร้างเสร็จมีปัญหา น้ำไฟ คอนโด โดนคิดค่าส่วนกลางไม่เป็น ธรรม

Moderator: ลุงหนวด

นายดอกไม้

โครงการห่วย

โพสต์โดย นายดอกไม้ » อาทิตย์ 12 ม.ค. 2020 7:29 am

ไปเจอบทความดีๆเเลยนำมาเล่าสู่กันฟังคับ

ก่อนอื่นเลย เนื่องจากเวลาผมได้มีโอกาสออกงานต่างๆ บ่อยครั้งที่เหล่าบรรดานักลงทุนหรือผู้ที่มักซื้อคอนโดไว้เก็งกำไรบ้าง ปล่อยเช่าบ้างหรือแม้กระทั่งผู้ที่สนใจซื้อเพื่ออยู่อาศัย ได้ไถ่ถามผมมา ในฐานะนักบริหารอาคารชุดว่า "เห็นด้วยมั้ยว่าโครงการนู้นห่วย โครงการนี้ห่วย เจ้าของไม่มีธรรมาภิบาลบ้างแหละ"
ด้วยประโยคยอดฮิตที่มักเล่าให้ผมฟังว่า "เค้าบอกว่า" โครงการนั้น Defect เยอะ, โครงการนี้ หลอกลวงเร่งให้โอนห้องทั้งที่ส่วนกลางก็ยังไม่เรียบร้อย, โครงการโน้นมีแต่ปัญหาและ อื่นๆอีกมากมาย คุณเห็นด้วยมั้ย เมื่อโดนคำถามเหล่านี้ถาโถมเข้ามา ผมก็ทำตัวไม่ถูก..ตัวเกร็งพูดอะไรมากไม่ได้..(ยิ้มแห้ง)มิหนำซ้ำ ยังให้ผมเข้าพวกด้วยคำว่า..เนอะคุณอติเทพ!(เอิ่ม..ถามกันก่อนนน)

ถ้าจะให้ผมพูดว่าโครงการไหนห่วย ผมก็ขอตอบแบบตรงไปตรงมาเลยว่า ผมเองก็ไม่ได้สัมผัสไปทั้งหมดซะทุกDeveloper แต่ละที่แต่ละโครงการ ก็มีปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นหลังจากโครงการสร้างเสร็จ ซึ่งก็คล้ายๆกันและก็แตกต่างกันไป ซึ่งการแก้ปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นหลังจากโครงการนั้นได้จัดตั้งเป็นนิติบุคคล ก็ขึ้นอยู่กันนโยบายของผู้บริหารของโครงการที่ต้องการที่จะรักษาชื่อเสียงกับภาพลักษณ์ขององค์กรมากแค่ไหนซึ่งดูได้จากการขานรับข้อเรียกร้องจากนิติบุคคล

ซึ่งบางครั้งข้อเรียกร้องจากนิติบุคคลก็ดูค่อนข้างรุนแรง แบบกำปั้นทุบดินด้วยประโยคที่ว่า "ไม่ทำไม่แก้ก็จะฟ้อง" ส่วนโครงการก็มักจะยื้อแย่งด้วยคำพูดทุ่ว่า "อยากได้ก็ไปฟ้องเลย" ซึ่งผมเข้าใจทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่ร้องกับฝ่ายที่รับ เพราะฝ่ายร้องรู้สึกเสียเปรียบกับความมักได้, save cost, ของDeveloper ส่วนฝ่ายรับก็ต้องปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท ก็ให้ฝ่ายร้องไปฟ้อง สรุปอีรุงตุงนัง ไปกันใหญ่ครับ

อยากให้ผู้บริโภคเห็นภาพนะครับ
โดยพื้นฐานของบริษัท Developer ก็ค่อนข้างมีพื้นฐานของสายป่านค่อนข้างกว้างไกลอยู่แล้วการที่สร้างโครงการแต่ละแห่งนั้น ใช้เงินไม่น้อยเลย และกำไร ของการขายนั้นอย่างน้อยน้อยมี 30% บวกๆๆๆๆๆ ซึ่ง เป็นเงินที่ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งการที่เค้าจะแก้ไขข้อบกพร่องหรือปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการก่อสร้างโดยผู้รับเหมานั้น ในส่วนตัวผมเองมองว่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับDeveloperเลย เนื่องจากคิดดูแล้วเป็นงบประมาณที่ไม่มากมายเท่าไหร่ ซึ่งก็คาดว่างบประมาณที่จะเอามาแก้ไขนั้นก็น่าจะอยู่ใน Lost Budget ที่ทางโครงการคาดการณ์ไว้ อยู่แล้ว หรือว่าอาจจะอยู่ในเงินวางค้ำประกันของผู้รับเหมาซะด้วยซ้ำไป ไม่ได้ขาดทุนกำไรอะไรเขาเลย ฮ่าๆๆๆๆๆ

ตามนิสัยของผู้บริหารโครงการแต่ละแห่งนั้นก็แน่นอนอยู่แล้วว่าแรงมาแรงกลับ ฟ้องมาก็สู้ ส่วนแพ้ชนะค่อยว่ากัน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่อยู่ในระหว่างการฟ้องร้องขอให้แก้ไขปัญหาและข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นหลังจากการก่อสร้างเสร็จสิ้นนั้นก็คือเจ้าของร่วมทุกคนก็คง หนีไม่พ้นกับสภาพความเสื่อมโทรมหรือต้องทนอยู่สิ่งที่เสียแล้วไม่ได้รับการซ่อมแซมแก้ไข เนื่องจากทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของการฟ้องร้อง...เห็นไหมว่ายุ่งเหยิงอีรุงตุงนังไปกันใหญ่ แทนที่จะได้อยู่คอนโดสวยสวยกับต้องมาทนกับสภาพความเสื่อมโทรมที่รอการแก้ไข

ถ้าพูดมาขนาดนี้แล้วมีคำถามแน่นอนว่าแล้วจะทำยังไง......นี่เป็นคำถามยอดฮิตของเหล่าบรรดาคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดตัวแทน(ตัวจี๊ด)ของเจ้าของร่วม555+

ซึ่งผลสำเร็จของการเรียกร้องนั้นมันมีทางออกได้หลายทางไม่ว่าจะเป็นการฟ้องร้อง, ร้องเรียนสคบ,

แต่สำหรับผมนั้นการเจรจาสำคัญที่สุด ซึ่งการเจรจานั้นก็เป็นวาทะศิลป์อย่างหนึ่งที่ผมเองนั้นไม่สามารถอธิบายได้ หรือบอกขั้นตอนได้ว่าจะทำอย่างไรซึ่งการเจรจานั้นมันมีหลายระดับและอยู่ที่ดุลย์พินิจและวิจารณญาณของเจรจาด้วย....แต่ที่ผ่านมานั้นผมได้รับผลจากการเจรจานั้น ถือว่าค่อนข้างเป็นผลสำเร็จซะส่วนใหญ่

ผมขอยกตัวอย่างโดยการพาดพิงถึง Developer ใบไม้เขียวยักษ์ใหญ่ ซึ่งถามว่าโครงการ ที่ผ่านมาของเขานั้นเกิดปัญหาหรือมีข้อบกพร่องที่รอการแก้ไขหลังจากโครงการสร้างเสร็จแล้วไหม ผมขอบอกแบบตรงไปตรงมาเลยนะครับว่ามี แต่ก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่ ซึ่งหลังจากการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกเกิดขึ้นนั้นได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการก็พิจารณาทุบโต๊ะในที่ประชุมว่าจะให้ออกมติฟ้อง ฟ้องฟ้องแล้วก็ฟ้อง

แต่ในฐานะที่ผมเป็นฝ่ายบริหารจัดการที่เป็นคนกลางผมจึงได้ยื่นข้อเสนอให้ คณะกรรมการลองพิจารณาว่า การฟ้องนั้นดีไหม.... ข้อดีของการฟ้องคืออะไร..... ข้อเสียของการฟ้องมากน้อยแค่ไหน..... ลองพิจารณาช่องทางการเจรจาก่อนดีหรือเปล่า..... ซึ่ง ที่ประชุมก็มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลองเจรจา ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายผมอยู่พอสมควรต้องรับผิดชอบในการเจรจากับบริษัท Developer ใบไม้เขียวยักษ์ใหญ่ ในการเรียกร้องขอให้แก้ไขข้อบกพร่องซึ่งตีเป็นงบประมาณแปดหลักซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย

"แต่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่..ไม่ต้องฟ้องร้องกันเลย แม้แต่Notice ทนาย ซักฉบับก็ไม่ต้องทำ"

ผมต้องขอชื่นชมบริษัท Developer ใบไม้เขียวยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย ที่ก่อสร้างโครงการต้นไม้อยู่ทั่วทุกหย่อมหญ้า ซึ่งเป็นบริษัทที่ มีความยุติธรรม มีธรรมาภิบาล มีความซื่อสัตย์ และที่สำคัญมีความเป็นห่วงผู้บริโภคมากโดยที่ผมเองก็ประหลาดใจ ไม่คิดว่า เค้าจะสปอร์ตขนาดนี้ แต่การสปอร์ตของเขานั้นอยู่ในหลักการของความถูกต้องและเป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือเจ้าของร่วมทุกคน

ซึ่งผมเองก็ได้เตรียมขั้นตอนของการเจรจาไว้ค่อนข้างหลายสเต็ปเลยทีเดียว แต่เหนื่อยเปล่า ซึ่งการเจรจากับใบไม้เขียวยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยรายนี้ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด เค้ามีธรรมาภิบาล ที่อยู่บนหลักการของความถูกต้องนำมาแก้ปัญหาอย่างตรงจุด ไม่แปลกใจที่อยู่ในกลุ่มการอสังหาริมทรัพย์Top5ของเมืองไทย ได้อย่างยืนยาว อย่างไรก็ตามขอขอบคุณบริษัท พฤกษาเรียลเอสเตท ที่ขานรับข้อเรียกร้องของนิติบุคคลทำให้การทำงานของผมเป็นเรื่องที่ง่ายดาย

ทั้งหมดที่กล่กาวมานี้อยากให้ผู้อ่านนั้นลองมองภาพกว้างในความต้องการการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นหลังจากที่โครงการนั้นก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งความพึงพอใจของแต่ละบุคคลนั้นมันแตกต่างกันไป แต่ถ้ามันอยู่ในหลักการของความถูกต้องเที่ยงธรรมและเป็นธรรมแล้วหละก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เมื่อใดนั้นที่ความต้องการมันคืออารมณ์ ที่อยู่เหนือหลักการของความถูกต้องและเที่ยงธรรม มันจะนำมาซึ่งความ.................ขอบคุณและสวัสดีครับ

อติเทพ ธิติพนธ์
นักบริหารอาคารชุด

ขอคุณที่มา - พันทิพ
https://pantip.com/topic/38544387


Bumped ล่าสุดโดย Anonymous on อาทิตย์ 12 ม.ค. 2020 7:29 am.

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน