หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ปลูกกระเจี๊ยบเขียว วิธีป้องกันศัตรูพืช พันธุ์ เก็บเกี่ยว ปุ๋ย

โพสต์แล้ว: เสาร์ 23 มิ.ย. 2012 4:56 pm
โดย Sunflower_Man
ปลูกกระเจี๊ยบเขียว วิธีป้องกันศัตรูพืช พันธุ์ เก็บเกี่ยว ปุ๋ย
กระเจี๊ยบเขียว.jpg
กระเจี๊ยบเขียว.jpg (35.58 KiB) เปิดดู 9458 ครั้ง

1. การป้องกันกำจัดศัตรูพืชและการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร

1.1 การป้องกันกำจัดศัตรูพืช
การป้องกันกำจัดศัตรูพืชเพื่อให้ได้ผลผลิตปลอดภัยจากสารพิษควรใช้หลายๆ วิธีผสมผสานกันได้แก่

การป้องกันกำจัดโดยวิธีกล ตัวอย่างเช่น

1) การใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลือง คือ การใช้กับดักที่มีสีเหลือง เช่น กระป๋องน้ำมันเครื่อง แผ่นพลาสติก ถุงพลาสติก ซึ่งมีสีเหลืองจะช่วยดึงดูดแมลงตัวเต็มวัยต่างๆ เข้ามา และเมื่อทากาวเหนียวไว้รอบๆ กับดักสีเหลืองก็จะทำให้แมลงตัวเต็มวัยที่ออกมาให้เห็นในเวลากลางวัน เช่น เพลี้ยไฟ แมลงวันเจาะผล แมลงวันหนอนชอนใบ ผีเสื้อชนิดต่างๆ เช่น ผีเสื้อหนอนใยผัก หนอนกระทู้หอม หนอนคืบ และหนอนกินใบ บินเข้ามาติดกับดักและก็ตายไป
2) การใช้กับดักแสงไฟ สามารถดักจับผีเสื้อกลางคืน เช่น ผีเสื้อหนอนกระทู้หอม หนอนกระทู้ผัก หนอนคืบกะหล่ำ แสงไฟที่เหมาะสามารถล่อแมลงควรใช้แสงไฟสีม่วงหรือแสงสีน้ำทะเล แต่เกษตรกรสามารถใช้แสงไฟจากหลอดนีออนได้ ในการวางกับดักแสงไฟควรวางห่างจากพื้นดินประมาณ 150 ซม. มีภาชนะใส่น้ำรองรับอยู่ข้างใต้ห่างจากหลอดไฟประมาณ 30 ซม.

การป้องกันโดยอาศัยศัตรูธรรมชาติ
การใช้สารชีวินทรีย์ เป็นการควบคุมศัตรูพืชโดยใช้สิ่งมีชีวิต ได้แก่ เชื้อไวรัส เช่น Nuclear Polyhedrosis Virus (NPV) เชื้อแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis (BT) ไส้เดือนฝอย เช่น Steinernema carpocapsae Weiser เชื้อรา เช่น Trichoderma spp.หรือศัตรูธรรมชาติอื่นๆ เช่นแมลงตัวห้ำ ตัวเบียน เป็นต้น
การป้องกันกำจัดโดยใช้สารสกัดจากพืช เช่น สะเดา เป็นพืชที่มีประโยชน์ใช้เป็นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้หลายชนิด เช่น หนอนใยผัก หนอนหนังเหนียว หนอนกระทู้ชนิดต่างๆ หนอนเจาะยอด หนอนชอนใบ เป็นต้น

การป้องกันกำจัดโดยใช้สารเคมี
การใช้สารเคมี ควรใช้ให้ถูกต้องตามชนิดของศัตรูพืช อัตราการใช้และทิ้งช่วงของระยะการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อให้สารเคมีสลายตัว ไม่มีสารเคมีตกค้างในผลผลิต

1.2. การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร
การใช้สารเคมีที่ถูกต้อง ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช เช่น
- ให้เลือกใช้ในชนิด อัตรา และระยะเวลาตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
- สารเคมีที่ถูกต้องตามกฎหมายมีเลขทะเบียนวัตถุอันตราย และมีคำแนะนำบนฉลากว่าให้ใช้กับกระเจี๊ยบเขียวหรือพืชผัก
- ต้องไม่ใช้สารเคมีที่เป็นวัตถุอันตรายที่ห้ามใช้ทางการเกษตร ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535
- ห้ามใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ประเทศคู่ค้าห้ามใช้
- ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำที่ระบุในฉลากของสารเคมีที่ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องหยุดใช้สารเคมีก่อนการเก็บเกี่ยวตามเวลาที่ระบุไว้อย่างเคร่งครัด
- บันทึกการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง

2. การผลิตกระเจี๊ยบเขียวให้ได้คุณภาพ ปฏิบัติดังนี้

การเตรียมแปลงปลูก
1. ไถดินและเก็บวัชพืช แล้วตากดินไว้อย่างน้อย 15 วัน ใส่อินทรียวัตถุเช่นปุ๋ยคอกที่แห้งดีแล้ว หรือปุ๋ยหมักอัตรา 2 ตันต่อไร่
2. หว่านปูนขาวในกรณีที่ดินมีค่าความเป็นกรดด่างต่ำกว่า 6 อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่

พันธุ์และเมล็ดพันธุ์
1. ใช้พันธุ์ที่ตรงตามความต้องการของตลาด เช่นกระเจี๊ยบเขียวที่ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น ต้องใช้พันธุ์ที่มีห้าเหลี่ยม สีเขียว และต้านทานโรคเหลืองเนื่องจากเชื้อไวรัส
2. ใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐานเมล็ดพันธุ์
3. การคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยวัตถุอันตรายทางการเกษตร ให้ใช้ตามวิธีการและอัตราที่แนะนำบนฉลากของวัตถุอันตรายที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

การจัดการปุ๋ย
1. หลังปลูก 10 – 15 วันใส่ปุ๋ยสูตร 15 – 15 – 15 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ และใส่ทุก 20 วัน ในอัตรา 20 – 25 กิโลกรัมต่อไร่
2. หลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง ในช่วงการเก็บเกี่ยว เพราะจะทำให้เฝือใบ และฝักโตเกินไป

การให้น้ำ
ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรปล่อยให้กระเจี๊ยบเขียวขาดน้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงออกดอกและติดฝัก การตัดแต่งกิ่ง/การเลี้ยงแขนง/การไว้ตอ
1. เมื่อกระเจี๊ยบเขียวหยุดการเจริญเติบโตทางยอด หรือเก็บเกี่ยวไปได้แล้วประมาณ 1.5 เดือน กระเจี๊ยบเขียวจะมีการเจริญของแขนง ให้ตัดต้นเหลือตอสูงจากพื้นดินประมาณ 50 – 70 เซนติเมตร
2. ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15 – 15 – 15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่

การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว
1. เมื่อกระเจี๊ยบเขียวอายุได้ 40 วันจะเริ่มออกดอก หลังจากดอกบาน 5 วัน จะสามารถเก็บเกี่ยวได้
2. ต้องเก็บกระเจี๊ยบเขียวทุกวัน ไม่ปล่อยฝักที่สามารถตัดได้ทิ้งไว้บนต้น เพราะฝักกระเจี๊ยบเขียวโตเร็วมาก
3. ในระหว่างเก็บเกี่ยวให้ตัดใบทิ้งครั้งละใบพร้อมกับการตัดฝักทุกครั้ง เพราะจำนวนใบที่มากเกินไปจะทำให้แสงแดดส่องไม่ถึงฝักล่าง ฝักจะมีสีซีด และยังเป็นการป้องกันการเป็นแหล่งของศัตรูพืช
4. ใช้มีดคมตัดขั้วทีละฝัก ตัดขั้วให้ตรง วางในภาชนะอย่างระมัดระวัง ไม่โยน
5. ใส่ถุงมือผ้าหรือถุงมือยางทุกครั้ง เพื่อป้องกันการระคายผิวหนัง
6. เมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว รีบนำเข้าที่ร่ม การระบายอากาศดี
7. คัดแยกฝักที่ไม่ได้คุณภาพออก

Re: ปลูกกระเจี๊ยบเขียว วิธีป้องกันศัตรูพืช พันธุ์ เก็บเกี่ยว ปุ๋ย

โพสต์แล้ว: เสาร์ 29 เม.ย. 2017 10:41 am
โดย pantip
กระเจี๊ยบเขียว รสชาติเป็นไง

Re: ปลูกกระเจี๊ยบเขียว วิธีป้องกันศัตรูพืช พันธุ์ เก็บเกี่ยว ปุ๋ย

โพสต์แล้ว: อังคาร 19 ก.ย. 2017 2:34 am
โดย pantip
หวานนิดหน่อย

Re: ปลูกกระเจี๊ยบเขียว วิธีป้องกันศัตรูพืช พันธุ์ เก็บเกี่ยว ปุ๋ย

โพสต์แล้ว: อังคาร 12 ธ.ค. 2017 8:36 pm
โดย ลุงหนวด
เคยลองปลูกแล้วไม่ค่อยอร่อย

Re: ปลูกกระเจี๊ยบเขียว วิธีป้องกันศัตรูพืช พันธุ์ เก็บเกี่ยว ปุ๋ย

โพสต์แล้ว: ศุกร์ 09 ก.พ. 2018 6:29 pm
โดย chompoo87829043
ขอบคุณคร้าบบ :) :) :) :)