น้องหมาก็มีหัวใจนะ(4), รวมรายชื่อโรงแรมสุนัข, กำเนิดโกลเดนรีทริฟเวอร์

รวมความรู้ ทิป และเทคนิคทั่วไป
kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: มอลตีส / Maltese ไข่มุกแห่ง Malta

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 08 พ.ย. 2008 5:37 am

เรื่องราวของมอลตีส
เกาะมอลต้า...บ้านเกิด?


มอลตีส นับเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่เก่าแก่มากที่สุดสายพันธุ์หนึ่งเท่าที่มีการจดบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์จากหลักฐานต่างๆ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านวิเคราะห์ว่าสุนัขพันธุ์นี้น่าจะถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ช่วงพันปีก่อนคริสตกาลหรือกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ถึงแม้ว่าบรรพชนชาวกรีกและโรมันจะเชื่อว่าบ้านเกิดของสุนัขมอลตีสคือ "เกาะมอลต้า" อันตั้งอยู่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และได้ตั้งชื่อให้เค้าว่า "Melitaie" อันเป็นชื่อโบราณของเกาะนั้น แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานชิ้นใดที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นสุนัขพื้นถิ่นของเกาะมอลต้าจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายท่านคิดว่าพวกเค้าน่าจะมีต้นกำเนิดมาจากดินแดนที่เป็นยุโรปกลาง (Central Europe) ในปัจจุบันเสียด้วยซ้ำ แต่ถูกแพร่กระจายออกไปยังดินแดนอื่นๆ ของโลกในฐานะ "สินค้า" ผ่านเกาะมอลต้าซึ่งเป็นท่าเรือการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งในยุคนั้น จึงทำให้พวกเค้าได้ชื่อ "มอลตีส" มาด้วยเหตุนี้นั่นเอง

ดังนั้นเท่าที่สรุปได้จากหลายความคิดเห็นที่แตกต่างก็คือ "เกาะมอลต้า" นั้นเป็นต้นทางสำคัญในประวัติความเป็นมาของสุนัขมอลตีสอย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าพวกเค้ามีต้นกำเนิดที่แท้จริงมาจากดินแดนก่อนหน้านั้นหรือไม่?

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: มอลตีส / Maltese ไข่มุกแห่ง Malta

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 09 พ.ย. 2008 6:32 am

หลักฐานแสดงความนิยม


มีการค้นพบโบราณวัตถุอันแสดงถึงสุนัขที่น่าจะเป็นบรรพบุรุษของสายพันธุ์มอลตีสอยู่มากมายครับ ชิ้นที่เก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งถูกค้นพบที่เมืองฟายัม (Fayum) ประเทศอียิปต์ สันนิษฐานกันว่าพวกเค้าอาจจะเคยเป็นสัตว์ที่ชาวอียิปต์โบราณสักการบูชา นอกจากนี้ยังมีการค้นพบหลักฐานที่เป็นรูปภาพอีกมากมายในศิลปะเซรามิคของชาวกรีก อย่างเช่นแจกันที่ค้นพบในเมืองวัลชี (Vulci) และยังมีการกล่าวถึงพวกเค้าในงานวรรณกรรมอีกหลายชิ้นของปราชญ์ นักปรัชญา นักเขียนและนักประวัติศาสตร์ชาวกรีกและโรมัน ไม่ว่าจะเป็น Aristotle, Timon, Callimachus, Aelian, Artimidorus, Epaminodus, Martial, Strabo, Pliny the Elder, นักบุญ Clement แห่ง Alexandria รวมทั้ง Claudius จักรพรรดิองค์หนึ่งของโรมันและ Publius ผู้ปกครองชาวโรมันแห่งเกาะมอลต้า

อังกฤษ...ประตูสู่ทั่วโลก

ในเวลาต่อมาราวปลายคศ.ที่ 16 สุนัขสายพันธุ์มอลตีสก็เป็นที่รู้จักในประเทศอังกฤษ อันเป็นยุคสมัยของพระนางเจ้า Elizabeth (ค.ศ.1558-1603) ด้วยความที่ประเทศอังกฤษนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของการเลี้ยง ประกวดและพัฒนาสายพันธุ์สุนัขรวมทั้งมีการเดินทางติดต่อค้าขายกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอยู่โดยตลอด (ทั้งในและนอกอาณานิคม) จึงทำให้สุนัขสายพันธุ์นี้แพร่หลายออกไปอย่างกว้างขวางพร้อมๆ กับการเดินทางของเหล่าทหารเรือแห่งราชนาวีอังกฤษ พ่อค้า นักเดินทาง ฯลฯ เหล่านั้น และกลายเป็นสุนัขยอดนิยมสายพันธุ์หนึ่งมาจนกระทั่งทุกวันนี้

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: มอลตีส / Maltese ไข่มุกแห่ง Malta

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 09 พ.ย. 2008 6:45 am

รูปพรรณสัณฐาน


สุนัขมอลตีส เป็นสุนัขในกลุ่ม "สเปเนียล" (แต่มักมีผู้เข้าใจผิดว่าเค้าอยู่ในตระหนูลเทอร์เรียร์) สุนัขพันธุ์นี้จะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 1.4-3.2 กก. (3-7 ปอนด์) มีขนสีขาวล้วนที่นุ่มสลวยดุจแพรไหมทอดยาวลงในแต่ละข้างของลำตัว โดยมีเส้นแบ่งตรงกลางหลังที่ไล่เรื่อยตั้งแต่ปลายจมูกไปถึงปลายหาง รูปทรงของกะโหลกมีลักษณะกลม จมูกและดวงตาสีดำสนิท ขอบตาสีดำเป็นประกายสดใส ดูมีชีวิตชีวา ขาสั้นตรง รูปร่างสง่างามตั้งแต่หัวจรดหาง บุคลิกโดดเด่น เฉลียวฉลาดและดึงดูดใจ

  • ลักษณะทั่วไป
สุนัขมอลตีสมีขนที่ยาว นุ่มและสีขาวล้วนปกคลุมทั่วทั้งตัว นิสัยปกติจะสุภาพเรียบร้อย ในขณะเดียวกัน ยามที่อยากจะเล่นก็จะมีความกระตือรือร้น สดใสร่าเริง ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของและมีความปรารถนาที่จะเข้าสังคมอยู่เสมอ ไม่ขลาดกลัวหรือขี้อายจนเกินเหตุ

  • หัว
หัวมีขนาดและความยาวปานกลางได้สัดส่วนกับลำตัว กะโหลกค่อนข้างกลม มีจุด STOP อยู่ตรงกึ่งกลางของใบหน้า หูลู่ลงและตั้งต่ำ ดวงตากลม ดำสนิท ตาทั้ง 2 ข้างไม่ห่างกันเกินไป ขอบตาสีดำ แววตาแสดงถึงความเฉลียวฉลาดและกระตือรือร้น ปากมีความยาวปานกลาง เรียวลงสู่ปลายจมูก ไม่มีน้ำมูกเกรอะกรัง จมูกสีดำ ฟันสบกันเสมอพอดีแบบสันชนสันหรือสบแบบกรรไกร (Scissors bite)

  • คอ
คอมีความยาวพอเหมาะ ส่งให้หัวดูสง่า

  • ลำตัว
ขนาดกะทัดรัด ความสูงวัดจากพื้นถึงส่วนบนสุดของกะโหลกจะพอๆ กับความยาวที่วัดจากส่วนหน้าสุดไปถึงปลายหาง ไหล่ลาดลง ข้อต่อต่างๆ มีความเรียบเนียน ยึดติดกันอย่างมั่นคง อกลึก กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นดี

  • หาง
หางค่อนข้างยาว ขนหางยาว หางยกพาดขึ้นมาบนหลัง

  • ขาและเท้า
ขาทั้ง 4 แข็งแรง ขาหน้าเหยียดตรง ข้อต่อแข็งแรง มีขนยาว เท้ามีขนาดเล็กค่อนข้างกลม และนิยมตัดขนบริเวณเท้าเพื่อไม่ให้ดูรุ่มร่าม ขาหลังมีกระดูกใหญ่พอเหมาะ ข้อเท้าทำมุมพอประมาณ เท้ามีขนาดเล็ก กลม และนิยมตัดขนบริเวณเท้าออกเช่นเดียวกับเท้าหน้า

  • ขนและสี
มีขนชั้นเดียว เหยียดตรง ไม่ตั้งฟู ไม่หยิกขอดหรือม้วนเป็นขนแกะ นุ่มและเรียบเนียน สีอาจจะเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ถ้าหากมีสีแทนอ่อนๆ บริเวณใบหูยังพอยอมรับได้ แต่มักจะไม่เป็นที่นิยมและไม่เป็นที่ต้องการในการซื้อขาย ขนยาวบริเวณหัวอาจจะมัดเป็นจุกหรือหวีปัดลงมาก็ได้

  • ขนาด
ขนาดเล็ก น้ำหนักที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 3-7 ปอนด์

  • ท่วงท่า
สุนัขมอลตีสเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว ลื่นไหล ขณะวิ่งขาหน้าเหยียดตรง ขาหลังไม่บิดงอ

  • อารมณ์
คล้ายคลึงกับสุนัขสายพันธุ์เล็กโดยทั่วไป คือปราศจากความกลัว ซื่อสัตย์ภักดีต่อเจ้าของ และดึงดูดความสนใจของผู้ที่พบเห็น มีความกระฉับกระเฉงสูง ขี้เล่น ในขณะเดียวกันก็มีความสุภาพค่อนข้างมาก
แก้ไขล่าสุดโดย kobana เมื่อ อาทิตย์ 09 พ.ย. 2008 6:49 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: มอลตีส / Maltese ไข่มุกแห่ง Malta

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 1:17 am

ชวนมอลตีสออกกำลังกาย


  • ควรรอให้เค้ามีอายุครบ 8 เดือนเสียก่อนจึงจะเริ่มต้นการวิ่งจ๊อกกิ้ง การวิ่งตามจักรยานหรือการเดินไกลๆ
  • แต่ก่อนจะอายุครบ 8 เดือนเค้าก็สามารถออกกำลังกายได้เช่นกัน โดยการปล่อยให้เค้าวิ่งเล่นเบาๆ ในสนามหญ้า ไล่กวดนกหรือผีเสื้ออย่างอิสระ เพื่อที่กระดูกและกล้ามเนื้อของเค้าจะได้พัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยที่คุณต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
  • เมื่อจะเริ่มต้นพาสุนัขไปวิ่งจ๊อกกิ้ง ควรเริ่มในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นของวันที่อากาศเย็นสบาย ดีกว่าวันที่แดดจ้าอากาศร้อนจัด อย่าลืมพกน้ำดื่มสะอาดติดตัวไปด้วยทุกครั้งและควรเลือกเส้นทางการวิ่งที่เป็นสนามหญ้าอันร่มรื่น หากจำต้องวิ่งบนพื้นปูนแข็งๆ ก็ลองเอามือของคุณสัมผัสพื้นดูเพื่อตรวจสอบความร้อนเสียก่อน หากว่ามันร้อนเกินไปสำหรับคุณ มันก็ย่อมร้อนเกินไปสำหรับเท้าของสุนัขเช่นกัน

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: มอลตีส / Maltese ไข่มุกแห่ง Malta

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 1:23 am

ให้อาหารมอลตีส


  • การให้อาหารแก่ "ลูกสุนัขมอลตีส" ควรให้อาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง นุ่ม ย่อยง่าย โดยให้วันละ 3 ครั้ง จนกระทั่งสุนัขอายุครบ 3 เดือน จึงค่อยลดเหลือวันละ 2 ครั้งไปจนตลอดช่วงชีวิตของเค้า หากว่าคุณให้อาหารเม็ดแก่ลูกสุนัข ก็อาจจะผสมอาหารลงในน้ำหรือนมเพื่อทำให้มันนุ่มขึ้น
  • ใน "แม่สุนัขตั้งท้อง" มีหลักการให้อาหารดังนี้
        * ควรเพิ่มอาหารให้เค้าราว 15% ต่อสัปดาห์ โดยนับจากสัปดาห์ที่ 5 เป็นต้นไป
        * หลังจากคลอดลูกใหม่ๆ แม่สุนัขจะต้องการอาหารมากขึ้นอีกราว 50%
        * เมื่อถึงช่วงสัปดาห์ที่ 3-4 ของการให้นมลูก แม่สุนัขอาจจะต้องการอาหารมากกว่าเดิม
          ถึง 4 เท่าเพื่อที่จะนำสารอาหารและพลังงานไปผลิตน้ำนม
  • การให้อาหาร "สุนัขแก่" ควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย มีโปรตีนสูงแต่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตในปริมาณน้อย มีน้ำสะอาดไว้ให้ดื่มอย่างเพียงพอ
แก้ไขล่าสุดโดย kobana เมื่อ อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 1:26 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: มอลตีส / Maltese ไข่มุกแห่ง Malta

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 1:29 am

Tip : เลือกอาหารอย่างไรดี?


  • อาหารจะต้องมีสารที่สุนัขต้องการอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน
  • ถ้าเป็นไปได้ มันก็ควรจะเป็นสูตรที่สุนัขพึงพอใจในรสชาติด้วย
  • จะต้องเป็นอาหารที่สุนัขของคุณกินแล้วดูดี หากว่ายิ่งกิน ผิวก็ยิ่งแห้ง ขนยิ่งร่วง น้ำหนักลด ท้องเสีย ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนอาหารใหม่ได้แล้ว
  • มอลตีสต้องการสารอาหารที่ช่วยบำรุงขนมากเป็นพิเศษ โปรตีนและไขมันคุณภาพสูง จึงเป็นสิ่งที่เค้าควรได้รับอย่างเพียงพอ

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

กรงนี้...แสนสบาย

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 2:27 am

กรงนี้...แสนสบาย



story by: K.Pop Eye


จริงๆ แล้วในสมัยก่อนตอนที่สุนัขยังอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ยังไม่ได้มาเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านของคน พวกเค้ามักจะชอบอาศัยอยู่ในถ้ำ หลุม หรือโพรงครับ โดยสุนัขป่ามักจะมองหาถ้ำ โพรงเล็กๆ หรือขุดหลุมของตัวเองขึ้นมาเพื่อใช้เป็นที่พักพิงอันปลอดภัย โพรงแห่งนี้จะเป็นทั้งที่นอนหลับ พักผ่อน รวมทั้งเป็นที่เก็บซ่อนเหยื่อที่สุนัขป่าล่ามาได้ ซึ่งสัญชาตญาณนี้ก็ได้สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ (สุนัขป่า) มายังลูกหลาน (สุนัขบ้าน) ในปัจจุบันด้วย ดังนั้นการที่คุณฝึกให้สุนัขของคุณเคยชินกับการพักผ่อนในกรงจึงไม่ได้ขัดแย้งกับสัญชาตญาณภายในของเค้าแต่อย่างใดครับ


นิยามใหม่ของคำว่า "กรง"

หลายคนบอกว่า "กรง" ก็ย่อมหมายถึงอุปกรณ์สำหรับขังสุนัขนั่นแล ใครคิดแบบนี้ควรเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ได้แล้ว เพราะคุณควรจะนิยามว่า "กรง" คือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอันปลอดภัยของสุนัขถึงจะถูก ข้อนี้สำคัญนะครับ เพราะว่าวิธีการใช้กรงของเรามันก็ย่อมขึ้นอยู่กับนิยามที่เรามอบให้กรงนั่นเอง หากเรานิยามคำว่ากรงอย่างแบบแรก สุนัขที่ไหนจะไปอยากอยู่ล่ะครับ จริงมั้ย?

fr: Dogazine September 2006
แก้ไขล่าสุดโดย kobana เมื่อ ศุกร์ 21 พ.ย. 2008 11:30 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: กรงนี้...แสนสบาย

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 2:31 am

ทำไมจึงควรฝึกเรื่อง กรง ?



คนจำนวนมากฝึกเรื่องการใช้กรงให้สุนัขด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่า เมื่อสุนัขอยู่ในกรง พวกเค้าก็จะมีโอกาสน้อยลงที่จะไปก่อปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำพรมผืนโปรดเลอะเทอะ วิ่งไล่กวดบุรุษไปรษณีย์ เคี้ยวเฟอร์นิเจอร์ชุดหลุยส์เล่น คุ้ยขยะเหม็นโฉ่ให้กระจุยกระจาย รวมทั้งไปกินหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อยของลูกสาวคุณ ฯลฯ ในทางกลับกัน กรงยังช่วยป้องกันปัญหาจากภายนอกที่จะไปกระทบสุนัขด้วย เช่น ป้องกันการโดนเหยียบโดยไม่ได้ตั้งใจ การโดนแกล้งจากเด็กจอมซนในบ้าน เป็นต้น

การฝึกใช้กรง จะทำให้พวกเค้ารู้สึกผ่อนคลายและสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจในขณะที่ไม่มีใครอยู่บ้าน เมื่อให้สุนัขอยู่ในกรงเรียบร้อย คุณก็สามารถที่จะไปเดินช้อปปิ้ง เยี่ยมญาติ วิ่งรอกทำธุระ หรือแอบแวบไปนั่งดูหนังได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่ต้องคอยกังวลตลอดเวลาว่า "ตอนกลับไป บ้านของฉันจะมีสภาพเป็นอย่างไร???"

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: กรงนี้...แสนสบาย

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 2:34 am

แล้วเรื่องการออกกำลังกายล่ะ? สุนัขจำเป็นต้องมีอิสระตลอด เวลาเพื่อที่จะวิ่งๆๆ ได้ตามต้องการไม่ใช่หรือ?



ที่เราพูดเรื่องให้สุนัขอยู่ในกรงนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะให้เค้าอยู่ในกรงตลอดไปและใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่ในกรงแคบๆ สักหน่อย แต่หมายถึงการให้เค้าอยู่ในกรงเพียงช่วงเวลาไม่กี่ช.ม. ต่อวันเท่านั้นเองครับ นั่นคือในช่วงเวลาที่คุณออกไปทำธุระจำเป็นของคุณ และเมื่อคุณกลับมาถึงบ้านหรือมีเวลาสักเล็กน้อยก่อนออกจากบ้าน มันก็เป็นหน้าที่ที่คุณจะต้องพาเค้าไปออกกำลังกายอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ

อีกวิธี หากว่าสุนัขของคุณเรียกร้องการออกกำลังกายมากจริงๆ คุณก็อาจจะไม่ต้องใช้กรงก็ได้ แต่อาจจะปล่อยให้เค้าอยู่ในอาณาเขตที่ปลอดภัยและมั่นใจได้ว่าสุนัขของคุณไม่สามารถกระโดดหนีออกไป เช่น ในสนามเล็กๆ หลังบ้าน หรือในพื้นที่กว้างๆ ส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: กรงนี้...แสนสบาย

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 2:39 am

ถ้าอย่างงั้น ทำไมถึงต้องฝึกเรื่องกรงด้วยล่ะ ปล่อยให้สุนัขอยู่ในสวนตลอดเวลาก็ได้นี่



เป็นเพราะว่าโดยธรรมชาติสุนัขเป็นสัตว์ที่มีสังคมสูงครับ พวกเค้ามีความต้องการพบปะและอยู่ร่วมกับสมาชิกอื่นๆ มากยิ่งกว่าคนเราเสียอีก การได้นอนในบ้าน (ซึ่งเปรียบเสมือนถ้ำ) เดียวกับเจ้าของ (ซึ่งเปรียบได้กับจ่าฝูง) จะทำให้เค้ารู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของฝูงตลอดเวลาและนั่นทำให้เค้าสบายใจ มีสุขภาพจิตที่ดี เหตุนี้ทำให้สุนัขชอบที่จะอยู่ร่วมบ้านกับเจ้าของมากกว่าอยู่ข้างนอกบ้านตามลำพัง (แม้ว่าในบ้านจะไม่มีใครอยู่ หรือแม้แต่ในเวลาที่ทุกคนกำลังนอนหลับและไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเค้า เค้าก็ยังอยากอยู่ในบ้านมากกว่า) นอกจากนั้น การให้สุนัขอยู่แต่ในสวนก็ยังอาจสร้างพฤติกรรมที่เป็นปัญหาอื่นๆ ให้เกิดขึ้นได้ เช่น การขุด การเห่าเรื่อยเปื่อย (เพราะมีสิ่งกระตุ้นเยอะ) รวมถึงการหนีออกจากบ้าน

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: กรงนี้...แสนสบาย

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 2:42 am

แล้วพวกเค้าจะไม่เบื่อแย่เหรอ หากถูกขังเอาไว้แบบนั้น



ไม่หรอกครับ เพราะพวกเค้าจะสามารถเรียนรู้ได้ว่า สิ่งที่ต้องทำก็แค่นอนหลับเพื่อรอเวลาที่จะสนุกกับเจ้าของอีกครั้งในไม่กี่ช.ม.ข้างหน้า จริงๆ แล้วสุนัขสามารถที่จะนอนติดต่อกันอย่างเต็มที่ได้ยาวนานกว่า 18 ช.ม.ต่อวันเชียวนะครับหากว่าไม่มีอะไรที่เค้าอยากทำ (ในความเป็นจริง ก็คงไม่มีเจ้าของรายไหนหายหัวออกไปจากบ้านติดต่อกันนานขนาดนั้น) ซึ่งนอกจากกรงจะช่วยฝึกให้เค้ารู้จักรอเวลาแห่งความสนุกแล้ว ยังเป็นการฝึกทางอ้อมให้พวกเค้ารู้จักรอเวลาในการทำธุระส่วนตัวอีกด้วย เนื่องจากสุนัขส่วนใหญ่มักจะไม่อยากขับถ่ายในกรงของตัวเอง (ก็ใครล่ะจะอยากทำที่นอนตัวเองให้นองไปด้วยของเสีย) แต่..นั่นก็หมายความว่าสุนัขต้องไม่ถูกขังอยู่ในกรงนานเกินไปนะครับ เพราะในกรณีที่ระยะเวลามันนานมาก เค้าก็คงอั้นไว้ไม่ไหว

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: กรงนี้...แสนสบาย

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 2:45 am

ใช้กรงแบบไหนดี?


กรงที่เหมาะสมควรจะมีขนาดใหญ่มากพอที่สุนัขของคุณจะยืนขึ้น หมุนตัวไปมา และนอนราบเหยียดยาวได้อย่างสะดวก มันควรถูกตั้งอยู่ในที่มีคนอยู่เป็นประจำ เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องดูทีวี ไม่ใช่เอาไปตั้งแหง่วอยู่ลำพังท่ามกลางความมืดและเงียบงันของห้องเก็บของ กรงอาจจะทำจากพลาสติก ไม้ โลหะ หรือทำจากวัสดุหลายอย่างก็ได้ สิ่งสำคัญคือจะต้องมีความแข็งแรงทนทานและปลอดภัย สีหรือพื้นผิวที่เคลือบไว้ไม่หลุดลอกออกมา เพราะสุนัขอาจจะกลืนเศษเหล่านั้นเข้าไปจนเกิดอันตรายได้

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: กรงนี้...แสนสบาย

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 2:48 am

ควรเริ่มต้นฝึกให้เค้าอยู่ในกรงเมื่อไรดี


ปัจจัยสำคัญของการฝึกใช้กรงก็คือ "อายุของสุนัข" ครับ เพราะจริงๆ แล้วสุนัขที่มีความจำเป็นต้องฝึกให้อยู่ในกรงมากที่สุดก็คือ "ลูกสุนัข" เพราะพวกเค้าจะยังไม่ได้เรียนรู้ระเบียบวินัยต่างๆ อย่างเพียงพอ รวมทั้งไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้อย่างเต็มที่ เมื่อพวกเค้าเติบโตขึ้นและมีพฤติกรรมที่เข้าที่เข้าทางแล้ว ความจำเป็นของการใช้กรงก็จะน้อยลง อายุของสุนัขที่เหมาะสมสำหรับฝึกให้อยู่ในกรง วัดง่ายๆ ก็คือ หลังจากที่ลูกสุนัขสามารถ "ควบคุมการขับถ่ายของตัวเองได้แล้ว" โดยมักจะเกิด 7 สัปดาห์ขึ้นไปครับ อย่าฝืนฝึกการใช้กรงเร็วเกินไป เพราะนอกจากคุณจะลำบากแล้ว ยังจะส่งผลให้สุนัขจัดระบบตัวเองลำบากขึ้นอีกด้วย

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: กรงนี้...แสนสบาย

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 3:14 am

แล้วจะเริ่มยังไงดีล่ะ?


การเริ่มฝึกใช้กรง อาจจะเริ่มในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ได้ เพื่อที่คุณจะได้ฝึกให้เค้าอยู่ในกรงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ สัก 1-2 ช.ม. แล้วค่อยเพิ่มเวลาขึ้นในวันหลัง วิธีการเริ่มต้นง่ายๆ ก็คือ

  • นำกรงมาตั้งไว้ในส่วนที่พลุกพล่านของบ้านโดยเปิดประตูกรงทิ้งเอาไว้หลังจากนั้นนำของเล่นที่เค้าชอบหรือขนมสุดโปรดไปใส่ไว้ในกรง แต่ในขั้นนี้คุณเจ้าของไม่ต้องไปเรียกร้องความสนใจอะไรจากเค้านะครับ ไม่ต้องชี้ให้เค้าดูหรือเรียกเค้าไปหากรง แค่วางเอาไว้อย่างนั้นแหละ ปล่อยให้สุนัขเริ่มสนใจและลองสำรวจกรงเองตามที่เค้าต้องการ
  • เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่ง สุนัขจะเริ่มรู้จักและวางใจกรงมากขึ้นและเข้าใจว่าในกรงเป็นที่ที่ปลอดภัย มีทั้งของเล่นและอาหารแถมยังไม่มีใครมายุ่งกับเค้าอีก ไม่นานเค้าก็จะเข้าไปกินอาหารในกรงได้อย่างสบายใจ เมื่อวางใจมากขึ้นอีก สุนัขก็จะกล้านอนหลับ ช่วงนี้เองให้คุณเจ้าของลองเริ่มปิดประตูกรงเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่เมื่อเค้ามีท่าทีอยากก็ต้องรีบเปิดให้ก่อนที่เค้าจะตะกุยเพื่อไม่ให้สุนัขเกิดความกลัวว่ากรงเป็นที่ที่เข้ามาแล้วออกไม่ได้
  • หลังจากฝึกให้สุนัขรู้ว่ากรงคือที่แห่งความพึงพอใจ โดยนำอาหารมาล่อความสนใจเค้า เมื่อเค้าสนใจก็เอาอาหารนั้นเข้าไปวางในกรง พอเค้าทำท่าจะออกมาเราก็ดึงความสนใจอีก ถ้าเค้ายังไม่ยอมเดินเข้ากรงเราก็ห้ามให้ขนมโดยเด็ดขาด จะให้ก็ต่อเมื่อเค้าเดินกลับเข้าไปในกรงเท่านั้นเมื่อทำซ้ำหลายๆ ครั้งสุนัขจะเรียนรู้ได้ว่าการเข้าไปอยู่ในกรงจะทำให้เค้าได้กินขนมอร่อยๆ
  • เมื่อสุนัขไว้ใจกรงอย่างเต็มที่แล้ว ให้เริ่มปิดประตูเป็นเวลานานขึ้น ซึ่งในขั้นนี้มักจะเกิดวิกฤติใหญ่ที่เจ้าของหลายคนไม่อาจรับมือครับ นั่นคือสุนัขอาจจะเห่าเสียงดังตลอดเวลาเพื่อที่จะขอออกมา สิ่งที่ทำได้ก็คือการอดทนและใจแข็ง รอจนกว่าสุนัขจะปรับตัวได้ ซึ่งก็จะใช้เวลาไม่นานนัก เพราะเค้าได้หัดทำความรู้จักกับกรงมาพอสมควรแล้ว ในขั้นนี้เจ้าของหลายคนมักจะยอมใจอ่อนปล่อยเค้าออกมา ซึ่งไม่ถูกต้องเลยครับ เพราะการตามใจสุนัขเช่นนี้จะยิ่งทำให้การฝึกเรื่องกรงยากขึ้นไปอีก
  • เมื่อสุนัขเงียบ เลิกเห่าแล้วจึงค่อยให้ขนมเป็นรางวัล เพื่อเป็นการตอกย้ำแก่สุนัขว่า "การอยู่ในกรงอย่างสงบเรียบร้อยนี่แหละคือสิ่งที่เจ้านายต้องการและจะทำให้ได้กินขนมอีกด้วย"

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

เยื่อเมือกซีด (Pale mucous membranes) + ภาะวะดีซ่าน (Jaundice)

โพสต์โดย kobana » ศุกร์ 21 พ.ย. 2008 11:44 pm

เยื่อเมือกซีด (Pale mucous membranes) + ภาะวะดีซ่าน (Jaundice)


by: น.สพ.รุ่งโรจน์ โอสถานนท์


ก่อนอื่นต้องมารู้จักกับตำแหน่งที่เราสามารถใช้ดูสีเยื่อเมือกกันก่อน ตำแน่งของเยื่อเมือกที่สำคัญในร่างกายที่สามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ได้แก่ เหงือกและด้านในของเปลือกตา โดยปกติสีของเหงือกจะเป็นสีชมพู หากสีของเหงือกมีความผิดปกติไป เช่น มีสีม่วงคล้ำ สีขาวซีด สีแดงมากกว่าปกติหรือมีสีเหลือง สามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบการทำงานภายในร่างกายสัตว์ได้ เหงือกแค่ 2 กลุ่มเท่านั้นคือ มีสีซีดขาวกว่าปกติ (Pale mucous membranes) และมีสีเหลืองกว่าปกติ (Jaundice) ครับ



ภาวะเหงือกมีสีซีดขาวกว่าปกติ (Pale mucous membranes)

ภาวะที่เหงือกมีสีซีดขาวกว่าปกติเกิดได้จาก 2 สาเหตุหลัก คือ

1. เกิดเนื่องจากมีภาวะโลหิตจาง ทำให้ปริมาณเม็ดเลือดแดงในร่างกายมีน้อยกว่าปกติ เช่น โดนรถชนทำให้มีการเสียเลือดในปริมาณมาก หรือเป็นโรคพยาธิในเม็ดเลือดทำให้เกิดการทำลายของเม็ดเลือดแดง ภาวะไตวายเรื้อรังทำให้กระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ นอกจากนี้ ยังสามารถเกิดได้จากปัจจัยอื่นๆ อีกหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ปริมาณเม็ดเลือดแดงในร่างกายสัตว์ลดลงกว่าปกติ

2. เกิดเนื่องจากการขนส่งเลือดและออกซิเจนมาเลี้ยงร่างกายลดลงกว่าปกติ (Poor peripheral perfusion)  เช่น ภาวะหัวใจวาย กล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถส่งเลือดมาเลี้ยงได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น อาเจียนหรือท้องเสียอย่างรุนแรง

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือขั้นตอนในการตรวจวินิจฉัยเพื่อแยกหาสาเหตุของโรคที่ทำให้เยื่อเมือกเป็นสีซีดว่า เกิดจากปริมาณเม็ดเลือดแดงมีน้อย หรือเกิดจากความผิดปกติของระบบการไหลเวียนเลือด เทคนิคง่ายๆ ที่นิยมใช้ในการวินิจฉัยแยกคือการตรวจหาปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่น (Pack cell volume) ร่วมกับการตรวจระดับของโปรตีนโดยรวมในกระแสเลือด (Total protein) หากพบว่าปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่นต่ำกว่าปกติแสดงว่าสุนัขมีภาวะซีดเนื่องมาจากปริมาณเม็ดเลือดแดงในร่างกายน้อยกว่าปกติ ส่วนรายที่เยื่อเมือกซีดซึ่งมีสาเหตุมาจากการไหลเวียนโลหิตผิดปกติ จะพบว่าปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่นมีค่าอยู่ในช่วงปกติหรือมากกว่าปกติเล็กน้อย ดังนั้นหากพบสุนัขมีภาวะเยื่อเมือกซีดกว่าปกติจำเป็นต้องทำการตรวจปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่นทุกครั้งเพื่อวินิจฉัยแยกกลุ่มของโรค

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: เยื่อเมือกซีด (Pale mucous membranes) + ภาะวะดีซ่าน (Jaundice)

โพสต์โดย kobana » ศุกร์ 21 พ.ย. 2008 11:54 pm

ภาวะเหงือกมีสีเหลืองกว่าปกติ (Jaundice)


ภาวะดีซ่านหรือภาวะที่เยื่อเมือกในร่างกายมีสีเหลืองมากกว่าปกติเกิดจากมีการเพิ่มระดับของบิลลิรูบิน (bilirubin) ในร่างกายเช่น มีการสร้างมากเกินไป หรือมีการขับออกน้อยกว่าปกติ โดยปกติบิลลิรูบิน จะเกิดจากการแตกตัวของเม็ดเลือดแดงและถูกขนส่งไปเปลี่ยนรูปที่ตับและขับออกทางท่อน้ำดี ดังนั้นอาการดีซ่านจึงสามารถแบ่งโดยใช้หลักการในการสร้างและขับออกของบิลลิรูบินออกได้เป็น 3 กลุ่มหลักคือ


1. มีเม็ดเลือดแดงแตกในปริมาณที่มากกว่าปกติ (Pre-hepatic jaundice)  เช่น ในรายที่เป็นโรคซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือดแดง (Immune mediated hemolytic anemia) สัตว์ที่อยู่ในกลุ่มนี้จะมีอาการตัวเหลืองกว่าปกติ และเมื่อตรวจเลือดจะพบภาวะโลหิตจางร่วมด้วย

2. กลุ่มอาการดีซ่านที่เกิดเนื่องจากโรคตับ (Hepatic jaundice)  ได้แก่ เนื้องอกที่ตับ โรคตับอักเสบเรื้อรัง การได้รับสารพิษที่มีผลในการทำลายตับ หรือโรคติดเชื้อที่ทำให้เกิดการอักเสบที่ตัวตับ เช่น โรคฉี่หนู (leptospirosis) สัตว์ในกลุ่มนี้เมื่อตรวจเลือดจะพบว่าเม็ดเลือดแดงอยู่ในช่วงปกติแต่มีค่าเลือดที่เกี่ยวข้องกับตับสูงมากกว่าปกติ

3. อาการดีซ่านที่เกิดจากการอุดกั้นของท่อน้ำดี (Post-hepatic jaundice) เช่น มีเนื้องอกที่ท่อน้ำดี การอักเสบของท่อน้ำดีแบบรุนแรง ท่อน้ำดีแตก และการเกิดฝีที่ท่อน้ำดี

กระบวนการในการวินิจฉัยเพื่อแยกสาเหตุของการเกิดดีซ่านมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพิจารณาให้การรักษา เนื่องจากการรักษาจะแตกต่างกันขึ้นกับสาเหตุ การตรวจอาการภายนอกไม่สามารถบอกได้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร จำเป็นต้องใช้การตรวจเลือดร่วมกับการใช้เครื่องมืออื่นๆ เช่น การเอกซเรย์และอัลตราซาวนด์ประกอบในการวินิจฉัยโรค

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

French Bulldog ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่

โพสต์โดย kobana » จันทร์ 24 พ.ย. 2008 1:23 am

French Bulldog ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่


รูปภาพรูปภาพ
รูปภาพรูปภาพ
รูปภาพรูปภาพ
fr: Wikipedia



Story by: K.หมาอมยิ้ม


ยอมรับว่าคิดไม่ถึงจริงๆ ค่ะว่าน้องหมาหน้าเป็น ตัวล่ำ จมูกสั้น หูใหญ่ อย่างเจ้าเฟรนชี่ตัวนี้คือผลงานที่สร้างสรรค์สืบทอดกันมาจากดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งศิลปะและเป็นผู้นำเรื่องแฟชั่น แต่จะว่าไปเค้าก็จัดได้ว่าเป็นน้องหมาที่มีหน้าตาโดดเด่นสายพันธุ์หนึ่งเหมือนกันนะ ในฝรั่งเศสเจ้าเฟรนชี่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Bouledogue Francais" ว่ากันว่าเจ้าเฟรนชี่เกิดขึ้นในยุควิกฤตเศรษฐกิจของอังกฤษตรงกับศต.ที่ 19  ในยุคนั้นอุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มมีการใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคน ทำให้คนตกงานเป็นจำนวนมากและเมืองน็อตติงแฮมซึ่งเป็นศูนย์รวมของสุนัขพันธุ์อิงลิช บูลด็อกและบูลด็อกก็เป็น 1 ในเมืองที่ประสบปัญหานั้น บรรดาแรงงานจึงพกพาสุนัข (ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์อิงลิช บูลด็อก, บูลด็อกขนาดกลางและบูลด็อกขนาดเล็ก) ของตัวเองย้ายเข้าไปหางานทำในประเทศฝรั่งเศส

เจ้าบูลด็อกโดยเฉพาะไซส์เล็กนั้นเป็นที่นิยมของคนงานที่ย้ายไปทำงานที่ฝรั่งเศสมาก เนื่องจากมีขนาดเล็กจึงง่ายต่อการแอบซุกซ่อนลักลอบนำขึ้นเรือ หลังจากนั้นบูลด็อกไซส์เล็กก็เป็นที่นิยมมากขึ้นในฝรั่งเศส โดยเฉพาะกลุ่มผู้ ญ ทำงานกลางคืน (Bells de nuit) ที่มักจะอุ้มสุนัขเหล่านี้ยืนอยู่ตามถนนและคาเฟ่ต่างๆ ซึ่งจิตรกรชื่อดัง "Toulous-Lautree" ได้วาดภาพเหตุการณ์เหล่านี้ลงในผลงานของเขาด้วย

ในปีค.ศ.1887 ได้มีหลักฐานปรากฎชัดเจนถึงการตั้งชื่อเจ้าบูลด็อกไซส์เล็กให้เป็นสายพันธุ์โดยกลุ่มบรีดเดอร์ในปารีสว่า "French Bulldog" (Bouledogue Francais) ต่อจากนั้นเจ้าเฟรนชี่ก็ถูกพัฒนาสายพันธุ์โดยบรีดเดอร์ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และอเมริกา ซึ่งประเทศหลังสุดนี้ดูจะให้ความสนใจและชื่นชอบใบหูที่กางใหญ่ของเจ้าเฟรนชี่มากกว่าประเทศอื่นๆ

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: French Bulldog ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่

โพสต์โดย kobana » จันทร์ 24 พ.ย. 2008 1:38 am

kobana เขียน:French Bulldog ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่



AKC ได้กำหนดลักษณะสายพันธุ์ที่ดีของ French Bulldog ไว้ดังต่อไปนี้ค่ะ

  • ส่วนหัว มีขนาดใหญ่ มองดูคล้าย 4 เหลี่ยม กะโหลกบริเวณระหว่างหู 2 ข้างค่อนข้างแบนและเวลาที่สุนัขตื่นตัวจะมองเห็นรอยย่นได้ชัดเจน
  • หน้าผาก ลักษณะค่อนข้างกลมและโค้งเล็กน้อย
  • ตา อยู่ต่ำลงมาจากกะโหลกศีรษะ ตาไม่ลึกหรือโปน มีสีเข้ม
  • แก้ม มีกล้ามเนื้อชัดเจน
  • หู ลักษณะเหมือนหูค้างคาว โคนหูใหญ่และค่อนข้างยาว บริเวณปลายหูโค้งกลม หนังหุ้มบริเวณใบหูมีความละเอียดและนุ่ม
  • ดั้งจมูก มีมุมหักชัดเจนจนทำให้ระหว่างตรงกลางตาทั้ง 2 ข้างมีหลุมลึก ส่งผลให้ปลายจมูกดูสั้น รูจมูกกว้าง บริเวณกึ่งกลางระหว่างรูจมูกจะมีร่องเป็นเส้นมองเห็นได้ชัดเจน
  • จมูก มีลักษณะสั้น มีสีดำหรือสีจางขึ้นอยู่กับสีของขน
  • ปาก กว้างและลึก มุมปากมีเหนียงค่อนข้างหนา กรามแข็งแรง ขณะหุบปากไม่เห็นฟันยื่นออกมา
  • ฟัน แข็งแรง ขบแบบ undershot
  • ลำตัว มีลักษณะสั้นกลม เส้นหลังโค้ง บริเวณหัวไหล่ค่อนข้างกว้าง ส่วนอกมีความกว้างและลึก ช่วงท้องเว้าเล็กน้อย
  • คอ มีลักษณะกลมหนา หนังคอบริเวณลูกกระเดือกค่อนข้างย่น
  • ขาหน้า มีกระดูกใหญ่ ขาหน้าค่อนข้างสั้น มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ลักษณะตั้งตรง มีระยะห่างกันพอสมควร
  • ขาหลัง มีกล้ามเนื้อแข็งแรง ขาหลังตรง ยาวกว่าขาหน้า ส่งผลให้บริเวณสะโพกยกสูงเหนือหัวไหล่
  • เท้า มีขนาดปานกลาง นิ้วเท้าสั้นและชิดกัน
  • หาง โคนหางอยู่ในระดับต่ำ หางตรงหรือม้วนเกลียวก็ได้ หางค่อนข้างสั้น
  • ขน-สี ขนสั้นนุ่ม ลักษณะจะสั้งและเรียบ เนื้อเส้นขนดี ลื่นเป็นมัน มีหลายสี เช่น ขาว, น้ำตาล, ขาวดำ, น้ำตาลขาว ฯลฯ ผิวหนังมีลักษณะนุ่ม ขนบริเวณบ่าและหัวมีความย่น
  • น้ำหนัก ขนาดเล็กมีน้ำหนักน้อยกว่า 22 ปอนด์ ขนาดใหญ่มีน้ำหนักประมาณ 22-28 ปอนด์
  • ความสูง 10-12 นิ้ว

ลักษณะที่ผิดมาตรฐานของเจ้าเฟรนชี่ คือ ใบหูไม่เหมือนหูค้างคาว, ตาทั้ง 2 ข้างมีสีไม่เหมือนกันและน้ำหนักตัวเกิน 28 ปอนด์

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: French Bulldog ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่

โพสต์โดย kobana » จันทร์ 24 พ.ย. 2008 1:46 am

รักแท้ดูแลได้


ก่อนที่จะตัดสินใจรับเจ้าเฟรนชี่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว ต้องทำความเข้าใจว่า แม้รูปร่างหน้าตาอาจจะดูบึกบึนห้าวหาญไปบ้าง แต่แท้จริงแล้วเค้าต้องการความรักสุดๆ วันนี้เรานำเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้เข้าใจเจ้าเฟรนชี่มาฝากค่ะ


ความร้อนคือเพชฌฆาต>>> เจ้าเฟรนชี่เป็นอีก 1 สายพันธุ์ที่ไม่ชอบอากาศร้อนๆ ซึ่งบ้านเราก็ยังจัดว่าร้อนอยู่ ดังนั้นจุดนี้เราต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ เพราะด้วยสรีระของจมูกที่สั้นจึงทำให้เค้ามีปัญหาเรื่องทาเดินหายใจ  พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เค้าต้องเผชิญกับความร้อนโดยตรง หรือไม่ก็หมั่นเช็ดตัวเพื่อช่วยระบายความร้อนในตัว  ลงมาถึงที่อยู่อาศัยกันบ้าง เจ้าเฟรนชี่เหมาะกับบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด อากาศถ่ายเทสะดวก ยิ่งถ้าติดแอร์เย็นฉ่ำก็จะถูกใจเค้ามากที่สุด เค้าไม่เหมาะจะอยู่ในสถานที่คับแคบ

แปรงขนสม่ำเสมอ>>> แม้เจ้าเฟรนชี่จะเป็นสุนัขที่ขนสั้น แต่การแปรงขนก็ถือว่ามีความจำเป็นสำหรับเค้า เพราะการแปรงขนจะช่วยสางขนที่อ่อนแอให้หลุดออกมาและขนใหม่งอกขึ้นมาแทนที่และอย่าลืมสังเกตอาการขนร่วงมากผิดปกติของเค้าด้วยนะคะ

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: French Bulldog ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่

โพสต์โดย kobana » จันทร์ 24 พ.ย. 2008 1:50 am

kobana เขียน:รักแท้ดูแลได้



อาบน้ำอาบท่า>>> การอาบน้ำก็คงไม่ต่างจากสุนัขพันธุ์อื่น แต่ที่ต้องเน้นพิเศษก็คงเป็นบริเวณข้อพับ ใต้ท้อง เพราะจุดนี้เป็นที่เก็บกลิ่น รวมถึงบริเวณรอยย่นบริเวณใบหน้า เราก็ต้องดูแลเป็นอย่างดี หลังจากที่ล้างทำความสะอาดแล้วต้องเช็ดบริเวณรอยย่นให้แห้ง เพราะถ้าปล่อยให้ชื้นอาจจะเกิดอาการอักเสบได้ง่าย

หูนั้นต้องเนี้ยบ>>> เรื่องของใบหูนี่ไม่ควรมองข้ามนะคะ เพราะถือได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของสุนัขสายพันธุ์นี้ทีเดียว ถ้ามีขี้ไคลหรือความสกปรกเล็ดลอดไปเปรอะเปื้อนเจ้าหูเรดาร์ของเค้าล่ะก็ หมดหล่อหมดสวยกันพอดี หูของเจ้าเฟรนชี่เป็นหูที่ตั้งขึ้น ดังนั้นจึงดูแลทำความสะอาดง่ายค่ะ หมั่นเช็ดหูทั้งข้างนอกข้างในอยู่สม่ำเสมอ หลังจากอาบน้ำเสร็จเราก็ควรสำรวจดูว่ามีน้ำเข้าหูหรือไม่ ถ้ามีก็ควรเช็ดทำความสะอาด เพื่อไม่ให้ภายในช่องหูเกิดเชื้อราหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน