น้องหมาก็มีหัวใจนะ(4), รวมรายชื่อโรงแรมสุนัข, กำเนิดโกลเดนรีทริฟเวอร์

รวมความรู้ ทิป และเทคนิคทั่วไป
kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

การดูแลเจ้าตูบเมื่อเปลี่ยนจากฤดูฝน ---> ฤดูหนาว

โพสต์โดย kobana » พฤหัสฯ. 09 ต.ค. 2008 3:31 am

การดูแลเจ้าตูบเมื่อเปลี่ยนจากฤดูฝน ---> ฤดูหนาว


by: สพ.ญ.ชนกชนม์ เพชรศรีช่วง


การดูแลเจ้าตูบเมื่อเปลี่ยนจากฤดูฝน ---> ฤดูหนาว ทำได้ดังนี้ค่ะ

กรณีที่เจ้าตูบเป็นสุนัขพันธุ์ขนสั้นอาจต้องหาเสื้อกันหนาวขนาดพอดีตัวมาสวมใส่ให้เค้าอาจเลือกเสื้อที่มีเนื้อผ้าหนาขึ้นเพื่อช่วยให้ความอบอุ่น โดยเฉพาะบริเวณช่วงอกและช่วงท้อง แต่ถ้าหากเจ้าตูบเป็นสุนัขพันธุ์ขนยาว แนะนำให้เลี้ยงขนไว้ให้ยาวไปตลอดช่วงหน้าหนาวนี้เพื่อช่วยปกปิดและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย หากพบว่าเจ้าตูบยังมีอาการสั่นเพราะอากาศหนาวก็อาจใส่เสื้อเพิ่มอีกชั้นก็ได้ค่ะ แต่กรณีเจ้าตูบขนยาวแล้วต้องการใส่เสื้อให้เจ้าตูบ อาจต้องระวังเรื่องขนพันกันได้ง่าย จึงจำเป็นที่จะต้องหวีและสางขนเป็นประจำทุกเช้า เย็น เพื่อป้องกันการเกิดขนสังกะตังได้

ช่วงที่อากาศเย็นลงอาจลดความถี่ของการอาบน้ำให้เจ้าตูบเช่น จากที่เคยอาบ 2 ครั้งต่อสัปดาห์อาจลดเหลือ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งและหนาว อาจทำให้ผิวหนังของเจ้าตูบแห้งได้ง่ายและอาจก่อให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังได้ นอกจากนี้แชมพูที่ใช้ควรเป็นแชมพูประเภทที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังและใช้เป็นมอยส์เจอไรเซอร์เสริม หลังจากอาบน้ำเสร็จควรเป่าขนให้แห้งเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าตูบป่วย

ลูกสุนัขอาจมีความทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยได้น้อยกว่าสุนัขที่โตแล้ว ดังนั้นจึงควรระวังเรื่องสุขภาพของลูกสุนัขให้มากเป็นพิเศษ

หากเลี้ยงเจ้าตูบไว้นอกบ้าน หรือเลี้ยงในกรงนอกบ้านควรหาที่กำบังลมให้กับเจ้าตูบเนื่องจากบางวันอาจมีลมโกรกหรือฝนตก ซึ่งทำให้เจ้าตูบป่วยได้

ควรเตรียมอาหารและน้ำสะอาดให้เพียงพออยู่เสมอ เพื่อให้เจ้าตูบได้รับพลังงานและสารอาหารอย่างพอเพียงในการดำรงชีวิตประจำวัน

ควรมีการทำวัคซีนป้องกันหนอนพยาธิหัวใจและป้องกันเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ เพราะฤดูนี้ก็ยังพบว่ามีเห็บหมัดระบาดอยู่ เนื่องจากประเทศไทยเป็นเขตที่มีความชุกของโรคสูง จึงทำให้พบได้ทุกฤดูกาล ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เห็บและหมัดนอกจากจะก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อทั้งตัวเจ้าตูบและตัวเจ้าของแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาพยาธิในกระแสเลือดและพยาธิในลำไส้ได้อีกด้วย การป้องกันเห็บหมัดสามารถทำได้โดยการหยอดยาป้องกันทุกๆ 1 เดือน ส่วนโรคหนอนพยาธิหัวใจก็สามารถป้องกันได้โดยการกินยาหรือหยอดยาป้องกันทุกๆ 1 เดือนเช่นกันค่ะ

หากพบว่าเจ้าตูบเริ่มมีอาการป่วย ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพื่อที่จะรักษาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ โดยเฉพาะเจ้าตูบที่มีอายุมากหากพบว่ามีอาการป่วยควรได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อเค้าจะได้มีชีวิตยืนยาวต่อไปอีกนานและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

สุนัข - แมว ใช้ผงเกลือแร่ของคนได้ไหมเอ่ย?

โพสต์โดย kobana » พฤหัสฯ. 09 ต.ค. 2008 3:45 am

สุนัข - แมว ใช้ผงเกลือแร่ของคนได้ไหมเอ่ย?


by: สพ.ญ.สุนัดดา เดชสนธิ


เนื่องจากสมัยก่อนนั้น เรายังไม่มีผงเกลือแร่ชนิดซองสำหรับสุนัขและแมวโดยเฉพาะ สัตวแพทย์หลายๆ ท่านจึงจำเป็นต้องใช้ยาและเวชภัณฑ์ของมนุษย์แทนไปก่อน โดยคำนวณขนาดการใช้ตามสัดส่วนน้ำหนักสัตว์ เช่น ขนาดสำหรับมนุษย์ใช้ 1-4 ซอง / น้ำหนักตัว 50 กก. / วัน ดังนั้น ถ้าเป็นในสุนัข น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 10 กก. ก็ประมาณ 0.5-1 ซอง / วัน แม้ว่าส่วนประกอบต่างๆ ที่ผลิตนั้นไม่ได้ผลิตสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะก็ตาม (ซึ่งก็ยอมรับว่าบางครั้งยาและเวชภัณฑ์บางตัวก็อาจไม่สะดวกสำหรับใช้ในสัตว์มากนัก อย่างเช่น ยาเม็ดเคลือบ ยาแคปซูล เป็นต้น เนื่องจากไม่สะดวกในการแบ่ง)

แต่ปัจจุบันนี้มีเกลือแร่ที่ผลิตสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะแล้ว เขาคำนวณสัดส่วนของแร่ธาตุตามความต้องการของสุนัขและแมวคือ เป็นความต้องการสารอาหารขั้นต่ำของสุนัขที่กำลังโตและที่โตเต็มที่แล้ว โดยแต่งกลิ่นรสให้สุนัขและแมวชอบอีกด้วย เพราะเขาน่าจะชอบกินมากกว่ากลิ่นส้มหรือกลิ่นผลไม้

จริงๆ แล้วเกลือแร่มีประโยชน์มากกว่าที่เราทราบกัน คือนอกจากจะใช้ในกรณีที่สัตว์มีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวแล้ว เวลาที่สัตว์เครียดหรือออกกำลังกายมากๆ เช่นพวกสุนัขตำรวจ สุนัขที่ต้องฝึกสำหรับประกวดหรือออกแสดงงานต่างๆ ร่างกายพวกเขามักอ่อนเพลีย เหนื่อย หมดแรง (ก็เหมือนคนเรานั่นแหละ) บางครั้งให้น้ำอย่างเดียวไม่เพียงพอ ถ้าให้น้ำผสมผงเกลือแร่สำหรับสุนัขเสริมไปด้วยจะทำให้เขาฟิตและสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็นเชียวแหละ

อีกกรณีที่คุณหมอหลายท่านอาจไม่เห็นด้วยคือกรณีอาเจียน จริงๆ แล้วกรณีนี้ถ้าไม่จ่ายยาแก้อาเจียนแล้วจะให้ยากินอื่นไม่ได้เลย และถ้าเป็นมากขนาดยาแก้อาเจียนก็ยังกินไม่ได้ กรณีนี้ต้องให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดอย่างเดียวเลยล่ะค่ะ เรียกได้ว่าอาการค่อนข้างหนักอยู่ แต่หากยาแก้อาเจียนพอจะเอาอยู่ละก็ ยากินอื่นก็พอให้ได้ค่ะ

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

แล้วผงเกลือแร่กับน้ำเกลือที่คุณหมอจิ้มเข้าเส้นเลือดให้น้องหมาล่ะ เหมือนกันมั้ย?

โพสต์โดย kobana » พฤหัสฯ. 09 ต.ค. 2008 3:57 am

แล้วผงเกลือแร่กับน้ำเกลือที่คุณหมอจิ้มเข้าเส้นเลือดให้น้องหมาล่ะ เหมือนกันมั้ย?


จริงๆ แล้วจะว่าเหมือนกันซะทีเดียวคงไม่ใช่ เพราะส่วนประกอบไม่เหมือนกันแต่อาจเหมือนกันกรณีใช้รักษาหรือบรรเทาอาการได้คล้ายกัน เป็นต้นว่า น้ำเกลือที่เข้าเส้นเลือดนั้นจะมีสัดส่วนแร่ธาตุที่เหมาะสมที่อยู่ในกระแสเลือดและมีกลูโคสเพื่อให้พลังงาน ดังนั้นเมื่อมนุษย์หรือสัตว์ได้รับก็สามารถนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย แต่วิธีนี้มีข้อจำกัดคือ ผู้ที่สามารถให้ได้ต้องมีความรู้ความชำนาญเท่านั้นในขณะที่ผงเกลือแร่เมื่อนำมาละลายน้ำก็จะเป็นสารละลายเกลือแร่ซึ่งมีกลูโคสในสัดส่วนและปริมาณที่เหมาะสำหรับการดูดซึมจากทางลำไส้เล็ก การให้อย่างใดนั้นก็คงขึ้นอยู่กับปัจจัยของตัวสุนัขและเจ้าของสุนัขด้วย เช่น สุนัขมีอาการหนักมาก จำเป็นต้องให้น้ำเกลือแร่เข้าเส้นเลือดทันที รวมทั้งอายุ น้ำหนัก สภาพร่างกายต่างๆ ของสุนัขด้วยหรือกรณีเจ้าของสุนัข เช่น ท่านสะดวกที่จะให้สุนัขนอนพักที่คลินิกหรือโรงพยาบาลหรือไม่ รวมทั้งทุนทรัพย์ของเจ้าของด้วย แน่นอนล่ะค่ะ ถ้าต้องนอนพักที่โรงพยาบาลย่อมมีค่ารักษาพยาบาลที่สูง เพราะฉะนั้นก็อยู่ที่ดุลพินิจของคุณหมอแต่ละท่านค่ะ

กลับมาที่ผงเกลือแร่สำหรับสัตว์เลี้ยงกันต่อ ปัจจุบัน ผงเกลือแร่สำหรับสัตว์เลี้ยงมีการเพิ่มวิตามินบีรวม และกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีนและทอรีนด้วย ดังนั้นจึงสามารถใช้ในสัตว์ที่เพิ่งฟื้นไข้หรือสัตว์ที่มีอาการซึมและเบื่ออาหาร สำหรับสัตว์ที่มีอาการซึม เบื่ออาหารนั้นเป็นอาการเริ่มต้นของสัตว์ที่จะเริ่มป่วย หมอจึงอยากจะแนะนำว่าบ้านไหนมีสุนัขและแมว ควรมีเกลือแร่สำหรับสัตว์เลี้ยงติดบ้านไว้ เวลาน้องหมาเริ่มซึมๆ ทานข้าวได้น้อยหรือเบื่ออาหาร ก็นำหมาที่กำลังจะป่วยนั้นหายเลยก็ได้ เพราะได้รับวิตามินและโปรตีนรวมทั้งได้รับพลังงานจากกลูโคส ซึ่งล้วนแต่เป็นสารอาหารหลักในการดำรงชีวิตเลยล่ะค่ะ

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

ให้พาราเซตามอลเกินขนาด เป็นอันตรายต่อเจ้าตูบ

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 18 ต.ค. 2008 6:15 am

ให้พาราเซตามอลเกินขนาด เป็นอันตรายต่อเจ้าตูบ



by: น.สพ.ไพฑูรย์ ศรีมนตรี

เนื่องจากเป็นยาที่หาได้ง่าย ราคาถูก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเห็นเจ้าของสุนัขหลายๆ ท่าน ให้สุนัขกินยาพาราเซตามอลในกรณีที่ป่วยหรือไม่สบาย มีไข้ เพราะคิดว่าน่าจะหาย แต่สุนัขไม่เหมือนคนที่จะบอกได้ว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ จึงพบว่าบ่อยครั้งที่เจ้าของหวังดีให้พาราเซตามอลเกินขนาดจนทำให้เกิดพิษกับสุนัข โดยพาราเซตามอลจะเป็นพิษต่อตับมาก และยังทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ดังนั้นสุนัขที่ได้รับยาพาราเซตามอลเกินขนาดจนทำให้เกิดความเป็นพิษนั้น เยื่อเมือกต่างๆ ที่ควรเป็นสีชมพูจะกลายเป็นสีม่วงคล้ำ ซึ่งบ่งบอกว่าในกระแสเลือดมีปริมาณออกซิเจนต่ำ สุนัขบางตัวถึงกับช็อกและเสียชีวิต ขณะที่บางตัวพบอาการหน้าบวม ขาบวมหลังจากกินพาราเซตามอลเข้าไป

สำหรับขนาดของยาพาราเซตามอลที่ทำให้เกิดความเป็นพิษต่อสุนัข อยู่ที่ 50-100 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ปกติยาพาราเซตามอลที่มีขายตามท้องตลาดในรูปแบบเม็ดมักจะมีปริมาณยาพาราเซตามอลอยู่ 500 มก.ต่อ 1 เม็ด  ดังนั้นถ้าสุนัขของท่านน้ำหนัก 2 กก. แต่ท่านให้กินยาพาราเซตามอลในขนาด 1 เม็ด อาจจะทำให้สุนัขของท่านเสียชีวิตได้ในเวลาไม่นานเนื่องจากขาดออกซิเจน

ดังนั้น ถ้าหากท่านคิดจะให้ยาลดไข้ บรรเทาอาการปวดแก่สุนัข ท่านต้องปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้ของเจ้าตูบให้แน่ใจก่อนนะครับ เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตัวสุนัขของท่านและปลอดภัยกับเงินในกระเป๋าของท่านด้วย เพราะแทนที่ท่านจะเสียเงินแค่การรักษาปัญหาไข้เท่านั้น ท่านอาจต้องเสียค่ารักษาโรคตับเพิ่มขึ้นอีกก็ได้

ความฝันของแมวเหมียว
Extra Membership
Extra Membership
โพสต์: 6740
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 04 มิ.ย. 2008 2:10 am
ที่อยู่: คาเฟ่เหมียวเหมียว

Re: น้องหมาก็มีหัวใจนะ(4),รวมรายชื่อโรงแรมสุนัข,กำเนิด โกลเดน รีทริฟเวอร

โพสต์โดย ความฝันของแมวเหมียว » เสาร์ 18 ต.ค. 2008 6:19 am

หมาซะส่วนใหญ่แฮะ

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

English Cocker Spaniel...เพื่อนรักหูยาว

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 18 ต.ค. 2008 6:30 am

English Cocker Spaniel...เพื่อนรักหูยาว



รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ


story by: K.Pop Eye

เรื่องเล่าเจ้าหูยาว

English Cocker Spaniel เป็นสุนัขในกลุ่ม Spaniel (สุนัขดั้งเดิมของสเปน) แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง ขนาด ไปจนถึงความสามารถ จึงมีการแยกออกเป็นหลายสายพันธุ์ เจ้าหูยาวที่เรากำลังพูดถึงนี้มีถิ่นกำเนิดในแคว้นเวลส์ประเทศอังกฤษ และเป็นญาติสนิทกับ American Cocker Spaniel จึงไม่แปลกอะไรที่เวลามองเผินๆ อาจจะดูละม้ายคล้ายกันได้ง่าย ย้อนกลับไปในศต.ที่ 17 เจ้าหูยาวได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นเพื่อใช้ไล่ไก่ป่าให้ออกมาจากที่ซ่อนและนิยมใช้ในกีฬาล่านก woodcock เค้าจัดเป็นสุนัขที่ตามรอยเหยื่อ เช่น นก ไก่ ฯลฯ ได้เก่งมาก ทันทีที่เจ้าของยิงเหยื่อได้ เค้าจะควบ 4 เท้าวิ่งรี่อย่างเต็มอกเต็มใจไปคาบเหยื่อนั้นกลับมาให้เจ้าของไม่ว่าเหยื่อนั้นจะอยู่บนบกหรือในน้ำ ความสามารถในการตอบสนองคำสั่งได้อย่างรวดเร็วและลีลาคาบเหยื่อที่นิ่มนวลนี้ลือเลื่องไปทุกสารทิศจนทำให้เค้าได้รับตำแหน่งสุดยอดแห่งสุนัขขนาดเล็กที่ใช้ล่าสัตว์ไปครอง
แก้ไขล่าสุดโดย kobana เมื่อ อาทิตย์ 16 พ.ย. 2008 2:18 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: น้องหมาก็มีหัวใจนะ(4),รวมรายชื่อโรงแรมสุนัข,กำเนิด โกลเดน รีทริฟเวอร

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 18 ต.ค. 2008 6:32 am

เหมียวเสี่ยวหลิง เขียน:หมาซะส่วนใหญ่แฮะ





ใช่ค่ะ ทู้นี้เป็นเกี่ยวกับน้องหมาจ้าาาาา  :)

ความฝันของแมวเหมียว
Extra Membership
Extra Membership
โพสต์: 6740
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 04 มิ.ย. 2008 2:10 am
ที่อยู่: คาเฟ่เหมียวเหมียว

Re: น้องหมาก็มีหัวใจนะ(4),รวมรายชื่อโรงแรมสุนัข,กำเนิด โกลเดน รีทริฟเวอร

โพสต์โดย ความฝันของแมวเหมียว » เสาร์ 18 ต.ค. 2008 6:36 am

kobana เขียน:
เหมียวเสี่ยวหลิง เขียน:หมาซะส่วนใหญ่แฮะ





ใช่ค่ะ ทู้นี้เป็นเกี่ยวกับน้องหมาจ้าาาาา  :)


แฮ่ๆ
ม่ายเปนราย
น้องหมาน้องเหมียวก้อเพื่อนกันเนี่ยล่ะ
แต่เหตุผลบางประการที่ขัดแย้งมันก้อมีแต่อย่าไปพูดถึงเลย

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

มาตรฐานสายพันธุ์ English Cocker Spaniel

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 18 ต.ค. 2008 6:55 am

มาตรฐานสายพันธุ์ English Cocker Spaniel



รูปโฉมภายนอกของเจ้าหูยาวตัวนี้ถือได้ว่ามีร่างกายสมดุลได้สัดส่วนทั้งในด้านรูปร่างและการเคลื่อนไหว เนื่องจากเค้าเป็นสุนัขล่านกจึงมีความคล่องแคล่วว่องไว กระตือรือร้น เคลื่อนไหวกระฉับกระเฉงและทรงพลัง รูปร่างกะทัดรัดทำให้เค้าสามารถมุดเข้าดงไม้เพื่อตามหาหรือเก็บสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี (โดยเฉพาะเมื่อใช้ในกีฬาล่าสัตว์)

หัว ส่วนหัวได้รูป แข็งแรง ในส่วนที่เป็นมุมก็โค้งมนสวยงาม ไม่มีมุมแหลม สำหรับส่วนหัวนี้ถือว่าเป็นไฮไลท์ของสุนัขพันธุ์นี้เลยทีเดียว ใบหน้าและการเคลื่อนไหวส่วนหัวแสดงความอ่อนโยนและฉลาด

กะโหลก เมื่อมองจากด้านหน้าและด้านข้างจะเห็นกะโหลกค่อนข้างแบน แต่จริงๆ แล้วต้องโค้งเล็กน้อย คิ้วต้องไม่อยู่สูงกว่ากะโหลกส่วนหลัง ด้านซ้าย-ขวาของกะโหลกต้องขนานกับแนวซ้าย-ขวาของส่วนจมูกกับปาก (muzzle) จุดเชื่อมต่อระหว่างหน้าผากกับ muzzle ต้องชัดเจนแต่ไม่ถึงกับหักเป็นมุมฉาก

ตา ดวงตามีขนาดกลาง ค่อนข้างรีเป็นรูปไข่ ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ตา 2 ข้างอยู่ห่างกันพอดี เปลือกตาปิดได้สนิท สีตาเป็นสีน้ำตาลเข้ม ยกเว้นตัวที่มีขนสีน้ำตาลแดงเข้ม (หรือมีสีอื่นปนกับสีน้ำตาลแดงเข้ม) อาจมีตาเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ได้

หู โคนหูตั้งอยู่ต่ำ ใบหูยาวลงมาชิดกับหัว ถ้าจับปลายหูชี้มาด้านหน้าควรจะยาวจนถึงจมูก บริเวณหูมีขนยาวตรงหรือหยิกเล็กน้อย ขนนุ่มมันวาวเหมือนไหม

คอ ลำคอยาวสวยงาม มีกล้ามเนื้อแข็งแรง คอโค้งไปทางด้านหน้าและกลมกลืนไปกับส่วนหัวอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังลาดลงสู่ไหล่อย่างลงตัว ไม่หนาเทอะทะ คอยาวพอดีสมดุลกับส่วนสูงและความยาวของสุนัข

ปาก (muzzle) ควรมีรูปร่าง 4 เหลี่ยมจตุรัส และมีขนาดสัมพันธ์กับความกว้างของหัวกะโหลก ปากค่อนข้างยาวทำให้คาบสิ่งของได้ดี กรามแข็งแรง ริมฝีปาก 4 เหลี่ยม ความยาวของปากมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของหัวกะโหลก

จมูก มีประสาทรับกลิ่นที่ดี จมูกกว้าง สีดำหรือสีน้ำตาล

หลัง เมื่อมองจากด้านข้างแนวเส้นหลังตั้งแต่คอ ไหล่ ไปจนถึงแนวหลังแลเห็นเป็นเส้นโค้งยาวกลมกลืนกันไม่มีสะดุดแนวหลังบริเวณบั้นท้ายลาดลงเล็กน้อยสู่เชิงกรานที่ค่อนข้างกลม

อก ลึกแต่ไม่กว้างมากเพราะอาจจะทำให้ขาหน้าก้าวไม่สะดวก อกด้านหน้ามีกล้ามเนื้อสวยงามแข็งแรง

ลำตัว รูปร่างกะทัดรัด เมื่อมองดูจะรู้สึกว่าสุนัขตัวหนาหนักและมีพละกำลังแข็งแรง

ลำตัวส่วนหน้า ไหล่ลาด กระดูกไหล่แบน เชื่อมต่อกับอกและลำตัวอย่างกลมกลืน กระดูกไหล่และขาท่อนบนยาวเท่ากัน ขาท่อนบนเชื่อมต่อกับไหล่ด้วยมุมที่เหมาะสม ทำให้ข้อศอกอยู่ใต้จุดสูงสุดของไหล่พอดีเมื่อสุนัขยืนขึ้น

ลำตัวส่วนหลัง สมดุลกับส่วนหน้า สะโพกกว้างและกลม ขาท่อนบนกว้างหนาและมีกล้ามเนื้อสมบูรณ์แข็งแรงทำให้สุนัขมีพละกำลังในการเคลื่อนไหวได้มาก ขาท่อนล่างยาวเท่ากับขาท่อนบนและมีกล้ามเนื้อสมบูรณ์แข็งแรงเช่นกัน เข่าแข็งแรงและงอได้รูปสวย

หาง หางต้องถูกตัด ตั้งอยู่ปลายเชิงกราน หางควรจะชี้ขนานกับพื้นและกระดิกเสมอเมื่อสุนัขเคลื่อนไหว เมื่อตื่นเต้น สุนัขอาจยกหางขึ้นสูง

ขาหน้า  ตรง กระดูกขาทั้งท่อนมีขนาดเท่ากันตั้งแต่ข้อศอกจรดเท้า ข้อเท้าเกือบตรงและยืดหยุ่นเล็กน้อย

เท้า ได้สัดส่วนพอดีกับขา เท้ามั่นคง กลมเหมือนเท้าแมว นิ้วเท้าโค้งและเบียดชิดกัน อุ้งเท้าหนา

ขน ขนที่หัวสั้น ขนที่ลำตัวยาวปานกลาง วึ่งจะมีทั้งตรงหรือหยิกเล็กน้อย ขนนุ่มและมันวาวเหมือนไหม English Cocker Spaniel มีขนหนาทั่วตัวแต่ต้องไม่มากหรือรุงรังจนเป็นอุปสรรคในการล่าสัตว์ ดังนั้นการเล็มขนจึงสามารถทำได้เพื่อไม่ให้เค้ามีขนรุงรังจนเกินไปและยังทำให้มองเห็นรูปร่างชัดเจนสวยงามยิ่งขึ้น

สีขน มีได้หลายสี สีแต้มที่ตัวต้องเข้มและเห็นได้ชัดเจน เค้าอาจมีสีผสมหลายๆ สีเรียกว่า parti-colors ใน English Cocker Spaniel อาจผสมระหว่างขาวกับดำ หรือน้ำตาลเข้มแกมแดงหรือเฉดแดงสำหรับ parti-colors นิยมให้มีสีแต้มกระจายทั่วตัวเท่าๆ กัน แต่ตัวที่ไม่มีสีแต้มก็ยอมรับได้ ถ้ามีสีพื้นเดียวทั้งตัวอาจเป็นสีดำ สีน้ำตาลเข้มแกมแดงหรือเฉดสีแดง ถ้าเค้ามีสีเดียวทั้งตัวต้องไม่มีเท้าสีขาว ที่คอมีสีขาวได้นิดหน่อย ในตัวที่มีสีดำผสมกับสีแทนหรือสีน้ำตาลเข้มแกมแดงผสมกับสีแทนให้ถือว่าตัวนั้นมีขนเป็นสีพื้น ไม่ใช่ขน parti-colors

ขนาด  ตัวผู้ วัดความสูงจากพื้นจรดจุดสูงสุดของไหล่ควรอยู่ราวๆ 16-17 นิ้ว ส่วนตัวเมีย 15-16 นิ้ว

น้ำหนัก ตัวผู้ควรหนักประมาณ 28-34 ปอนด์ ตัวเมีย 26-32 ปอนด์ English Cocker Spaniel ควรมีขนาดกะทัดรัด โครงร่างต้องดูหนา ไม่บอบบาง กระดูกใหญ่ แต่ไม่ถึงกับเทอะทะหรือทึบตัน

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

นิสัยใจคอ/ ข้อมูลจำเพาะของเจ้าหูยาว...

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 18 ต.ค. 2008 7:09 am

นิสัยใจคอ/ ข้อมูลจำเพาะของเจ้าหูยาว...



นิสัยใจคอ

สุนัขพันธุ์ English Cocker Spaniel เป็นสุนัขที่ร่าเริง ฉลาด ซื่อสัตย์ และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ในบางครั้งอาจจะดื้อบ้าง ลักษณะที่กระตือรือร้นของเค้าจะเห็นได้จากหางที่ส่ายไปมาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เค้าเคลื่อนไหว นอกจากนี้เจ้าหูยาวยังเป็นมิตรกับเด็กและสุนัขตัวอื่นๆ ถ้ายิ่งผูกพันกันมาตั้งแต่เยาว์วัยยิ่งทำให้เจ้าหูยาวนั้นรักไม่รู้ลืมเลยทีเดียว สุนัขสายพันธุ์นี้เป็นสุนัขที่ฉลาดและชอบการเรียนรู้จึงง่ายต่อการฝึกฝน



ข้อมูลจำเพาะของเจ้าหูยาว

Activity : * * *
ความต้องการการออกกำลังกาย : * * *
ความต้องการการเล่น : * * * *
ความเป็นมิตรต่อคน : * * * * *
ความเป็นมิตรต่อสุนัขด้วยกัน : * * * * *
ความเป็นมิตรต่อสัตว์อื่นๆ : * * * * *
ความเป็นมิตรต่อคนแปลกหน้า : * * * *
ความสามารถในการรับการฝึกฝน : * * * *
ความสามารถในการเฝ้า : * * * * *
ความสามารถในการปกป้อง ต่อสู้ : * *
ความต้องการในการดูแล : * * * *
การปรับตัวกับอากาศเย็น : * * *
การปรับตัวกับอากาศร้อน : * * *



หมั่นคอยดูแลอยู่เป็นนิจ

English Cocker Spaniel ต้องการการดูแลพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแต่งเนื้อแต่งตัว อย่างเช่น ต้องคอยตัดขนที่เท้าและหูไม่ให้ยาวจนเกินไป ต้องแปรงขนอย่างสม่ำเสมอ และหมั่นทำความสะอาดหูไม่ให้อับชื้น เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะเป็นที่มาของโรคหู นอกจากนั้นการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะได้ไม่เสี่ยงกับโรคอ้วนและโรคเครียด เนื่องจากเจ้าหูยาวนั้นเป็นสุนัขที่ขี้เล่นและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเค้าจึงมีความสุขกับการออกกำลังกาย เช่นการวิ่งเล่นกับเจ้าของ หรือเล่นเกมวิ่งคาบของและว่ายน้ำ เป็นต้น

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

แสตมป์น้องหมาในไทย

โพสต์โดย kobana » อาทิตย์ 19 ต.ค. 2008 5:28 am

แสตมป์น้องหมาในไทย



เรื่องราวบนแสตมป์นั้นมีหลากหลาย แต่สำหรับคนรักสุนัขแล้วคงจะเฝ้ารอแสตมป์ชุดที่เกี่ยวกับสุนัขกัน ซึ่งในบ้านเรานั้นเพิ่งทำออกมาได้เพียง 3 ชุดเท่านั้น คือ แสตมป์ชุดสุนัขไทย, แสตมป์นักษัตรปีจอและแสตมป์ชุดคุณทองแดง

แสตมป์ชุดสุนัขไทย

รูปภาพ
fr: Here

ถือเป็นแสตมป์ที่เกี่ยวกับสุนัขชุดแรกของบ้านเรา แสตมป์ชุดนี้เป็นภาพสุนัขไทยหลังอาน ออกมาครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ต.ค. พ.ศ. 2536 ซึ่งเป็นชุดที่ระลึกจากงานสัปดาห์แห่งการเขียนจดหมายประจำปี 2536 ที่มาของภาพในแสตมป์ชุดนี้เป็นภาพที่ได้รับรางวัลที่ 1 จากการประกวดภาพเขียนตราไปรษณียากรในงานสัปดาห์สากลแห่งการเขียนจดหมายประจำปี 2535 ในหัวข้อสุนัขไทย มีทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ สุนัขไทยหลังอานสีกลีบบัว, สุนัขไทยหลังอานสีดำ, สุนัขไทยหลังอานสีแดง และสุนัขไทยหลังอานสีสวาด

แสตมป์ชุดนักษัตรประจำปี(จอ)

รูปภาพ
fr: Here

ชุดนี้จัดทำขึ้นในโอกาสที่ปี 2549 นี้ตรงกับปีนักษัตรจอ โดยออกจำหน่ายวันแรกเมื่อวันที่ 1 ม.ค. พ.ศ. 2549 ตากปกติแล้วทางบริษัทไปรษณีย์ไทยได้จัดทำแสตมป์ชุดนักษัตรเป็นประจำทุกปีซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนไปตามนักษัตรของปีนั้นๆ

แสตมป์ชุดคุณทองแดง

รูปภาพ
fr: Here
รูปภาพ
fr: Here

ชุดนี้เรียกได้ว่าเป็นชุดที่หลายคนรอคอย ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 1 ก.ย. พ.ศ. 2549 เป็นภาพคุณทองแดงสุนัขทรงเลี้ยงและครอบครัวในอิริยาบถต่างๆ มีทั้งหมด 4 แบบ ซึ่งประกอบไปด้วยคุณทองแดงในท่วงท่านั่ง ยืน นอน หมอบและคุณทองแดงกับลูกๆ

fr: Dogazine December 2006

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

ภาวะบวมน้ำและมีน้ำสะสมในช่องว่างของร่างกาย (edema & effusion)

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 08 พ.ย. 2008 4:44 am

ภาวะบวมน้ำและมีน้ำสะสมในช่องว่างของร่างกาย (edema & effusion)


by: น.สพ.รุ่งโรจน์ โอสถานนท์


ในสภาพร่างกายสัตว์ปกติจะประกอบไปด้วยน้ำประมาณ 60-70% ของน้ำหนักตัว โดยน้ำในร่างกายจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่น้ำในเซลล์ และน้ำนอกเซลล์ หากมีการสะสมของน้ำมากผิดปกติในตำแหน่งเหล่านี้ เราเรียกว่าการเกิด ภาวะบวมน้ำในร่างกาย (edema) แต่หากเกิดการสะสมของน้ำในช่องว่างต่างๆ ในร่างกาย เช่น ช่องอก ช่องท้อง หรือ ถุงหุ้มหัวใจ จะเรียกภาวะนี้ว่า การมีน้ำสะสมในช่องว่างของร่างกาย (effusion)

สาเหตุของการเกิดความผิดปกติ

กลไกทางสรีรวิทยาที่ทำหน้าที่ในการคุมน้ำในส่วนต่างๆ ของร่างกายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ปริมาณโปรตีนในกระแสเลือด, แรงดันน้ำในหลอดเลือด, ความสามารถของผนังหลอดเลือดในการเป็นเยื่อเลือกผ่าน (vascular permeability) และความสามารถในการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง หากเกิดความผิดปกติที่จุดใดจุดหนึ่งเหล่านี้ก็จะก่อให้เกิดการบวมน้ำในร่างกายหรือเกิดการสะสมของน้ำในช่องว่างต่างๆ ของร่างกายตามมา
แก้ไขล่าสุดโดย kobana เมื่อ เสาร์ 08 พ.ย. 2008 5:12 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: ภาวะบวมน้ำและมีน้ำสะสมในช่องว่างของร่างกาย (edema & effusion)

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 08 พ.ย. 2008 4:48 am

โรคที่เป็นสาเหตุสำคัญ

โรคที่เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดความผิดปกติทางสรีรวิทยาดังกล่าวข้างต้นสามารถแบ่งได้เป็นหลายส่วนดังนี้


1. โรคที่ส่งผลให้เกิดการเพิ่มแรงดันน้ำในหลอดเลือด (increase hydrostatic pressure)


ได้แก่ โรคหัวใจ, โรคถุงหุ้มหัวใจ, การได้รับสารน้ำในปริมาณที่มากผิดปกติและโรคที่มีความผิดปกติของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของหลอดเลือด

2. โรคที่ส่งผลให้เกิดการลดลงของปริมาณโปรตีนในหลอดเลือด

ได้แก่ โรคไต, โรคตับ, โรคในระบบทางเดินอาหาร และภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง

3. โรคที่ก่อให้เกิดการอุดกั้นของระบบไหลเวียนน้ำเหลือง

ได้แก่ เนื้องอกและผลข้างเคียงที่เกิดจากการผ่าตัด

4. โรคที่ทำให้เกิดความผิดปกติในการเป็๋นเยื่อเลือกผ่านของผนังหลอดเลือด

ได้แก่ โรคติดเชื้อ หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบต่างๆ

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: ภาวะบวมน้ำและมีน้ำสะสมในช่องว่างของร่างกาย (edema & effusion)

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 08 พ.ย. 2008 4:56 am

อาการที่พบ

อาการบวมน้ำในส่วนต่างๆ ของร่างกายสังเกตได้จากการขยายขนาดของอวัยวะต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หากมีการบวมน้ำที่ขาก็จะพบว่าขาด้านที่บวมน้ำมีขนาดใหญ่กว่าขาข้างที่ปกติ ในกรณีที่มีการบวมน้ำในส่วนของใต้ผิวหนัง ตำแหน่งที่มีการบวมน้ำก็จะมีขนาดนูนมากกว่าปกติหรืออาจเจอลักษณะที่คล้ายกับมีของเหลวอยู่ด้านใน โดยมากมักพบการบวมน้ำในตำแหน่งที่อยู่ในส่วนต่ำของร่างกาย เนื่องจากน้ำมักมีการสะสมตามตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับแรงโน้มถ่วงของโลก เช่น ผิวหนังใต้กรามด้านล่าง, หนังหุ้มอวัยวะเพศ, ลูกอัณฑะ, เต้านมและผิวหนังบริเวณใต้ท้อง หากเราใช้นิ้วกดในตำแหน่งที่สงสัยจะพบว่าผิวหนังหรืออวัยวะในตำแหน่งนั้นจะยุบตัวลงไปและใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะกลับมาสู่สภาพปกติ หากมีการบวมน้ำในอวัยวะที่สำคัญมากๆ เช่น ปอด สัตว์จะแสดงอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจเร็วกว่าปกติ, ไอแบบมีเสมหะ ในบางรายที่มีอาการรุนแรงมาก อาจพบเยื่อเมือกมีสีม่วงคล้ำ และหายใจลำบากอย่างรุนแรงได้

สำหรับอาการของสัตว์ที่มีน้ำสะสมในช่องว่างของร่างกายขึ้นกับตำแหน่งที่มีการสะสมของน้ำ เช่น หากมีการสะสมของน้ำในช่องท้องจะพบว่าสัตว์จะมีช่องท้องขยายขนาดมากกว่าปกติ หากท้องขยายใหญ่ในระดับรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดการหายใจลำบากตามมาได้ ส่วนอาการของสัตว์ที่มีการสะสมของน้ำในช่องอกจะแสดงอาการหายใจลำบาก อาจพบว่าสัตว์มีช่วงการหายใจเข้านานกว่าปกติแต่หายใจออกเร็ว หรืออาจหายใจเร็วและตื้นกว่าปกติก็ได้ สำหรับส่วนสุดท้ายคือการมีน้ำในถุงหุ้มหัวใจ สัตว์จะแสดงอาการเหมือนหัวใจด้านขวาวายคือมีการขยายขนาดของช่องท้องเนื่องจากมีการสะสมของน้ำ นอกจากนี้ยังพบภาวะเยื่อเมือกซีดกว่าปกติ หอบ เหนื่อยง่าย ไม่มีแรงและหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: ภาวะบวมน้ำและมีน้ำสะสมในช่องว่างของร่างกาย (edema & effusion)

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 08 พ.ย. 2008 5:01 am

การตรวจวินิจฉัย


การตรวจวินิจฉัยมีหลายวิธีโดยอ้างอิงตามกลไกทางสรีรวิทยา เช่น ควรมีการตรวจปริมาณโปรตีนในกระแสเลือด, ตรวจความสามารถในการทำงานของหัวใจ, ตรวจหาตำแหน่งของก้อนเนื้อที่น่าจะเกี่ยวข้องในตำแหน่งต่างๆ นอกจากนี้อาจใช้การเอกซเรย์ หรือ อัลตราซาวนด์ในการหาตำแหน่งที่มีการสะสมของน้ำ หรือหาสาเหตุของโรคที่ทำให้เกิดความผิดปกติก็ได้


การรักษา

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดโรค หากมีการบวมน้ำอาจให้การรักษาตามอาการ เช่น การให้ยาขับปัสสาวะ ในรายที่การบวมน้ำเกิดจากการอักเสบอาจให้ยาในกลุ่มลดการอักเสบ สำหรับกรณีที่มีน้ำสะสมในช่องว่างภายในร่างกายการรักษาที่ดีที่สุดคือการเจาะน้ำออก การให้ยาขับน้ำในกรณีที่มีการสะสมของน้ำในช่องอก และในถุงหุ้มหัวใจอาจก่อให้เกิดอาการของโรครุนแรงมากขึ้นได้

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypo glycemia : Low blood sugar)

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 08 พ.ย. 2008 5:07 am

ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypo glycemia : Low blood sugar)


by: สพ.ญ.ชนกชนม์ เพชรศรีช่วง


เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในลูกสุนัข แต่ไม่ค่อยพบในลูกสุนัขที่อายุมากกว่า 12 เดือนขึ้นไป ส่วนมากมักเป็นพันธุ์เล็กเช่น พันธุ์ชิวาวา ยอร์กไชร์ เทอร์เรียร์ มอลทีสและพูเดิลพันธุ์เล็ก เป็นต้น


อาการที่พบ

อาการส่วนใหญ่ที่พบในลูกสุนัขคือเหลือกซีด หรืออาจเปลี่ยนสีจากสีชมพูสดเป็นสีเทาซีด นอกจากนั้นอาจหมดแรงไม่มีแรงเดิน ไม่สามารถควบคุมการทรงตัว และหากเป็นรุนแรงมากขึ้นหรือเป็นนานและไม่ได้รับการแก้ไขก็จะทำให้เกิดภาวะโคม่า ไม่รู้สึกตัวหรือมีอาการชักเกร็ง อาการดังกล่าวที่พบจึงควรได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพราะจะทำให้เกิดอันตรายถึงกับชีวิตได้
แก้ไขล่าสุดโดย kobana เมื่อ เสาร์ 08 พ.ย. 2008 5:12 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypo glycemia : Low blood sugar)

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 08 พ.ย. 2008 5:11 am

สาเหตุ


สาเหตุที่พบส่วนใหญ่ในลูกสุนัขมักเป็นผลมาจากการได้รับอาหารไม่เพียงพอ หรือไม่ก็อาจเป็นผลมาจากอาหารที่มีคุณภาพต่ำทำให้เกิดการย่อยยาก ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้น้อย ก็จะทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นอาจมีสาเหตุอื่นที่ส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำได้ เช่น ภาวะความเครียด อุณหภูมิร่างกายต่ำ การเดินทางหรือย้ายสถานที่ การทำวัคซีน ภาวะการติดเชื้อในร่างกาย ภาวะโรคตับหรือโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นระยะเวลานาน เป็นต้น

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypo glycemia : Low blood sugar)

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 08 พ.ย. 2008 5:15 am

การรักษา


หากตรวจพบลักษณะอาการน้ำตาลในเลือดต่ำในช่วงแรกและยังไม่รุนแรงมากนัก เจ้าของอาจช่วยเหลือเบื้องต้นโดยการป้อนน้ำหวานหรือน้ำผึ้งเพื่อช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในกระแสเลือด หลังจากนั้นควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ทันทีเพื่อทำการตรวจเพิ่มเติมว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำคืออะไร แต่หากเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำรุนแรงจนทำให้เกิดอาการโคม่าถึงขั้นช็อก อาจไม่ตอบสนองต่อการป้อนน้ำหวานทางปาก จำเป็นต้องได้รับการฉีดสารละลายน้ำตาลเข้าทางเส้นเลือดร่วมกับการให้น้ำเกลือร่วมด้วย โดยส่วนใหญ่สุนัขที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำมักมีการตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อการให้สารละลายน้ำตาลเข้าทางหลอดเลือด

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

Re: ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypo glycemia : Low blood sugar)

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 08 พ.ย. 2008 5:17 am

การป้องกันการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ


การป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำในลูกสุนัขสามารถทำได้ไม่ยาก โดยควรแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ ประมาณ 4-5 มื้อต่อวัน เพื่อให้ร่างกายลูกสุนัขค่อยๆ ย่อยและดูดซึมกลูโคสไปใช้อย่างต่อเนื่องทั้งวัน นอกจากจะเกิดผลดีในด้านการควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดแล้ว ยังสามารถช่วยลดการเกิดปัญหาท้องอืดท้องเฟ้อในลูกสุนัขได้อีกด้วย

kobana
Subper Genius Membership
Subper Genius Membership
โพสต์: 17537
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 22 ม.ค. 2007 3:00 pm

มอลตีส / Maltese ไข่มุกแห่ง Malta

โพสต์โดย kobana » เสาร์ 08 พ.ย. 2008 5:31 am

มอลตีส / Maltese ไข่มุกแห่ง Malta


รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพรูปภาพ
fr: Wikipedia&Here&Here


"มอลตีส"  คือชื่อสายพันธุ์ของสุนัขตัวน้อย ขนยาว สีขาวบริสุทธิ์

ความเป็นมาของสุนัขมอลตีสยังไม่กระจ่างชัดนัก แต่เชื่อกันว่าพวกเค้าน่าจะมีต้นกำเนิดมาจาก "เกาะมอลต้า" เกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

แม้ทุกวันนี้ เกาะมอลต้าจะไม่ได้เป็นดินแดนของสุนัขมอลตีสอีกแล้ว ทว่าพวกเค้าก็ยังคงได้รับความนิยมในการเลี้ยงอยู่ทั่วโลก เปรียบเหมือนมรดกชิ้นสำคัญที่บรรพชนชาวมอลต้าเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม

หากจะเปรียบเกาะมอลต้าเป็นดั่งอัญมณีน้ำงามแห่งท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้วไซร์...
สุนัขมอลตีส...ก็คงเปรียบได้กับไข่มุกเม็ดงามแห่งเกาะมอลต้า...นั่นเอง


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 3 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน