ประโยชน์และข้อควรระวังของสินเชื่อ

รวมความรู้ ทิป กฏหมาย อสังหาริมทรัพย์ Real Estate law
changnoye
Full Member
Full Member
โพสต์: 130
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 27 พ.ค. 2013 4:13 pm

ประโยชน์และข้อควรระวังของสินเชื่อ

โพสต์โดย changnoye » พฤหัสฯ. 13 มิ.ย. 2013 4:52 pm

หากคุณต้องการซื้อสินค้าราคาสูง ไม่ว่าจะเป็นรถหรือของตกแต่งบ้าน การใช้สินเชื่อจะทำให้คุณสะดวก แต่ก็มีบางสิ่งที่คุณควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจใช้สินเชื่อ

บัตรเครดิต สินเชื่อเงินสด เงินกู้ และสินเชื่อประเภทต่างๆ ช่วยให้คุณสามารถบริหารเงินได้ง่ายดายและสะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นประโยชน์อย่างมากในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ สินเชื่อจะช่วยให้การจ่ายเงินซื้อสินค้าราคาสูงๆ ทำได้ง่ายขึ้น เช่น รถยนต์ และการตกแต่งบ้าน โดยคุณไม่จำเป็นต้องใช้หรือมีเงินสดอยู่ในมือแต่อย่างใด

แม้ว่าสินเชื่อจะมีประโยชน์ แต่การใช้บริการสินเชื่อต่างๆ จะเป็นการสร้างความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง เมื่อคุณใช้สินเชื่ออย่างไม่เหมาะสม อาจทำให้คุณมีหนี้สินจำนวนมากตามมา อาจทำให้คุณประสบกับวิกฤติทางการเงิน จนไม่สามารถจัดการได้ ดังนั้น การมีความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อมากเท่าใด ก็จะทำให้คุณรู้จักวิธีจัดการสินเชื่อ หรือบริหารระบบการเงินของคุณได้ง่ายมากขึ้น

ประเภทของสินเชื่อ

คุณสามารถยื่นใบสมัครบัตรเครดิตขอวงเงินสินเชื่อ หรือกู้ยืมเงิน รูปแบบต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์หลากหลายหรือเฉพาะอย่าง เช่น ขอมีบัตรเครดิต เพื่อนำไปใช้ซื้อสินค้าแทนการใช้เงินสด ไม่ว่าสินค้านั้นจะมีราคาน้อยหรือสูงก็ตาม หรือคุณอาจขอวงเงินสินเชื่อจำนวนหนึ่งเลย เพื่อซื้อสินค้าที่มีราคาสูง อาจเป็นรถคันใหม่ หรือเพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัว อาจเป็นค่าเล่าเรียนบุตร หรือตกแต่งที่อยู่อาศัย เป็นต้น

บางกรณีคุณสามารถขอวงเงินสินเชื่อ เพื่อให้เชื่อมโยงกับบัญชีกระแสรายวัน เพื่อป้องกันปัญหาการจ่ายเงินคืนตามเช็ค ไม่ให้เช็คเด้ง เป็นต้น. โดยปกติ สามารถแบ่งเงินกู้ออกเป็นสองประเภท คือ เงินกู้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันและแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

เงินกู้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

หมายถึง เงินกู้ที่มีหลักทรัพย์ประกันการกู้ยืม หลักทรัพย์ดังกล่าวอาจมีมูลค่าเท่ากับหรือสูงกว่ายอดเงินกู้ เช่น รถยนต์ บ้านหรือบัญชีเงินฝาก

เงินกู้แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ใดๆ เป็นเครื่องค้ำประกัน บัตรเครดิตอาจถือเป็นสินเชื่อส่วนตัวซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลายที่สุด การใช้บัตรเครดิตก็เปรียบได้กับการขอกู้เงิน ทุกครั้งที่คุณรูดบัตรเพื่อซื้อสิ่งของ คุณกำลังกู้ยืมเงินมาใช้ก่อนจนกว่าจะสามารถจ่ายคืน ถ้าคุณคิดว่าจะจ่ายคืนช้ากว่ากำหนด บริษัทบัตรเครดิตจะคิดค่าธรรมเนียมกับบัญชีของคุณเพิ่มจากยอดใช้จ่ายจริง แต่สำหรับกรณีการขอวงเงินสินเชื่อเงินสด ธนาคารก็จะอนุมัติวงเงิน และมอบเงินสดให้คุณจำนวนหนึ่งทันที โดยธนาคารจะกำหนดระยะเวลาการจ่ายสินเชื่อคืนเป็นงวดๆ มีจำนวนที่แน่นอน ซึ่งแน่นอนว่าธนาคารจะบวกดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเข้าไปด้วย นับตั้งแต่มีการมอบเงินให้กับคุณ โดยไม่คำนึงว่า คุณชำระเงินรายงวดตามกำหนดเวลาหรือไม่ ซึ่งหากคุณชำระคืนไม่ตรงตามสัญญา ธนาคารก็จะคิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก เรียกว่า ดอกเบี้ยกรณีผิดนัด หรือค่าธรรมเนียมผิดนัด

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 5 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน